ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
การเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับสภาพผิว​

​การเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับสภาพผิว​

สารบัญเนื้อหา

ครีมกันแดดเป็นไอเทมสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ซึ่งเป็นตัวการทำให้ผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ และแก่ก่อนวัย แต่หลายคนแม้จะ “ทากันแดดสม่ำเสมอ” กลับรู้สึกว่าไม่ได้ผล หรือมีปัญหาอื่นตามมา เช่น ผิวอุดตัน สิวขึ้น ผิวแห้ง หรือหน้ามันเยิ้มระหว่างวัน ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ครีมกันแดด “ไม่มีประสิทธิภาพ” แต่เป็นเพราะ “ยังไม่เหมาะกับสภาพผิว” ของตัวเราเอง

ประเภทของครีมกันแดด เคมี vs กายภาพ

ประเภทของครีมกันแดด  เคมี vs กายภาพ

1.Chemical Sunscreen (กันแดดแบบเคมี)
ทำงานโดย “ดูดซับรังสี UV” แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน

  • เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย
  • เหมาะกับคนที่ต้องแต่งหน้าต่อ
  • อาจระคายเคืองหรือทำให้ผิวไวแสงในบางคน

2.Physical Sunscreen (กันแดดแบบกายภาพ)
ทำงานโดย “สะท้อนรังสี UV ออกไป”

  • เหมาะกับผิวบอบบาง แพ้ง่าย
  • เห็นผลเร็วทันทีที่ทา
  • อาจมีคราบขาวหรือเหนอะถ้าใช้มากเกินไป

บางแบรนด์ผสมทั้ง 2 แบบ เรียกว่า Hybrid Sunscreen เพื่อให้ได้ข้อดีจากทั้งสองประเภท

เลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิวแบบไหน?

 1. ผิวมัน / ผิวผสม

  • ควรเลือกสูตร ปราศจากน้ำมัน (Oil-Free)
  • เนื้อเจลหรือฟลูอิด ซึมไว ไม่เหนียว
  • หลีกเลี่ยงสูตรที่มีซิลิโคนหนักหรือเนื้อครีมหนาเกินไป

คำแนะนำ มองหาคำว่า Non-Comedogenic หรือ Mattifying

 2. ผิวแห้ง

  • ควรเลือกสูตรที่ให้ความชุ่มชื้นสูง
  • มีสารเติมน้ำให้ผิว เช่น Glycerin, Hyaluronic Acid
  • หลีกเลี่ยงสูตรที่มีแอลกอฮอล์หรือเนื้อแมตต์เกินไป

คำแนะนำ เลือกกันแดดเนื้อครีมที่ให้สัมผัสนุ่ม และไม่แห้งตึงหลังทา

 3. ผิวบอบบาง / แพ้ง่าย

  • ควรเลือก กันแดดแบบกายภาพ (Physical) ที่ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ สี หรือพาราเบน
  • ทดสอบบริเวณกรามหรือลำคอก่อนใช้ทั่วหน้า

คำแนะนำ เลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบ Hypoallergenic หรือ Dermatologist Tested

 4. ผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย

  • ควรเลือกสูตรบางเบา ไม่อุดตัน
  • หลีกเลี่ยง Mineral Oil, Lanolin และซิลิโคนหนัก ๆ
  • เนื้อฟลูอิดหรือเจลเป็นตัวเลือกที่ดี

คำแนะนำ มองหาสูตรที่ระบุว่า Non-Comedogenic ชัดเจน และไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน

ค่า SPF และ PA มีผลอย่างไร

ค่า SPF และ PA มีผลอย่างไร?

SPF (Sun Protection Factor)
บ่งบอกการป้องกัน รังสี UVB (ที่ทำให้ผิวไหม้ แดง แสบ)

  • SPF 30 = ป้องกัน UVB ได้ประมาณ 96.7%
  • SPF 50 = ป้องกัน UVB ได้ประมาณ 98%

PA (Protection Grade of UVA)
ใช้เครื่องหมาย “+” ยิ่งมีมาก ยิ่งป้องกัน รังสี UVA ได้ดี (ที่ทำให้แก่ก่อนวัย)

  • PA+ = ป้องกัน UVA น้อย
  • PA++++ = ป้องกัน UVA ได้สูงมาก

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการทาครีมกันแดด

  • ควรทาก่อนออกแดด 15–30 นาที
  • ใช้ในปริมาณที่เพียงพอ (ประมาณ 2 ข้อนิ้วมือสำหรับใบหน้า)
  • ทาซ้ำทุก 2–4 ชั่วโมงหากต้องเผชิญแดดนาน
  • แม้ในวันที่อยู่บ้านหรืออยู่ในออฟฟิศ ก็ต้องทา

เลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับผิว  คือการปกป้องผิวได้ดีที่สุด

เลือกกันแดดไม่ใช่แค่เลือกจากค่าSPF สูงๆ แต่ต้อง“เลือกให้เหมาะกับผิว” เพื่อให้ครีมกันแดดทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และไม่ทำให้เกิดปัญหาผิวตามมา เช่น สิว ผิวแห้ง หรือระคายเคือง อย่าลืมว่า…“กันแดดที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่กันได้มากที่สุด แต่คือกันแดดที่เราใช้ได้ทุกวันโดยไม่รู้สึกว่าฝืน” 

เขียน/เรียบเรียง โดย: ClinicInsights.asia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *