ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
ร้อนปรอทแตก! สธ. ยกระดับเตือนภัย ‘ฮีทสโตรก’ ขั้นสูงสุดหลังสงกรานต์

ร้อนปรอทแตก! สธ. ยกระดับเตือนภัย ‘ฮีทสโตรก’ ขั้นสูงสุดหลังสงกรานต์ ดัชนีความร้อนพุ่งระดับอันตราย

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประกาศยกระดับการเฝ้าระวังโรคลมแดดหรือฮีทสโตรก (Heatstroke) สู่ระดับสูงสุดในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ หลังพบดัชนีความร้อน (Heat Index) ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศพุ่งสูงทะลุ 50 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับ “อันตรายมาก” พร้อมเตือนประชาชนให้ระวังภาวะขาดน้ำสะสมจากการเดินทางและการเล่นน้ำในช่วงวันหยุดยาว

วิกฤตความร้อนสะสม ภัยเงียบหลังเทศกาล

วิกฤตความร้อนสะสม ภัยเงียบหลังเทศกาล

ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ระบุว่า ช่วงหลังสงกรานต์เป็นช่วงที่ร่างกายของประชาชนส่วนใหญ่มีความอ่อนเพลียและขาดน้ำจากการเดินทางไกลหรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งต่อเนื่อง เมื่อต้องเผชิญกับคลื่นความร้อน (Heatwave) ที่ยังคงปกคลุมประเทศไทยในช่วงกลางเดือนเมษายน จึงทำให้ความเสี่ยงต่อการเกิดฮีทสโตรกพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว

ข้อควรระวังและสัญญาณเตือนอันตราย

  • ดัชนีความร้อนสูงเกิน 40-50°C: เมื่อร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน อุณหภูมิในร่างกายจะพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียสอย่างรวดเร็ว
  • อาการทางผิวหนัง: ผิวหนังแดง แห้ง และร้อนจัด โดยที่ “ไม่มีเหงื่อออก” แม้อากาศจะร้อนมาก
  • ระบบประสาทผิดปกติ: มีอาการสับสน มึนงง กระสับกระส่าย พูดจาไม่รู้เรื่อง เดินเซ หรือชักหมดสติ
  • สัญญาณชีพ: หัวใจเต้นเร็วและแรง ความดันโลหิตเปลี่ยนแปลง ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาทันทีอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นและอวัยวะภายในล้มเหลวได้
มาตรการป้องกันและวิธีรับมือฉุกเฉิน

มาตรการป้องกันและวิธีรับมือฉุกเฉิน

กระทรวงสาธารณสุขเน้นย้ำให้กลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ปฏิบัติตามแนวทางป้องกันอย่างเคร่งครัด ด้วยการดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร (หรือจิบน้ำทุก 20 นาที) หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำหวานจัดในช่วงที่อากาศร้อนจัด หากพบผู้ที่มีอาการน่าสงสัย ให้รีบนำเข้าที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามร่างกายเพื่อระบายความร้อน และรีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 ทันที

สถานการณ์สภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ 2569 นี้ ถือเป็นวิกฤตสุขภาพที่ประชาชนทุกคนต้องให้ความสำคัญและไม่ควรประมาท การเฝ้าสังเกตอาการของตนเองและคนรอบข้างอย่างใกล้ชิด รวมถึงการหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดในช่วงเวลา 11.00 – 15.00 น. จะเป็นสิ่งสำคัญในการลดอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคลมแดด เพื่อให้ทุกคนกลับมาเริ่มต้นภารกิจหลังวันหยุดยาวได้อย่างปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดี

เขียน/เรียบเรียง โดย: ClinicInsights.asia

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *