ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
ทำงานหนักจนใจพัง_ รู้ทันโรคซึมเศร้าจากงาน และวิธีรับมือให้อยู่รอดในชีวิตการทำงาน

ทำงานหนักจนใจพัง? รู้ทันโรคซึมเศร้าและวิธีรับมือให้อยู่รอดในชีวิตการทำงาน

ทำงานหนักจนใจพัง_ รู้ทันโรคซึมเศร้าจากงาน และวิธีรับมือให้อยู่รอดในชีวิตการทำงาน

ทำงานหนักจนใจเริ่มพัง… แต่ยังฝืนบอกตัวเองว่าไหว”  คุณเคยเป็นแบบนี้ไหม?ตื่นมาแล้วรู้สึกเหนื่อยก่อนเริ่มทำงาน เปิดคอมแล้วใจสั่นเพราะเมลที่รอดำเนินการ บอกตัวเองว่า “อีกหน่อยเดียว” แต่หน่อยนี้ไม่มีที่สิ้นสุด 

 หลายครั้งเราไม่ได้เหนื่อยที่กาย แต่หัวใจต่างหากที่รับไม่ไหวในสังคมที่ยกย่องการทำงานหนัก  เราถูกสอนมาให้คิดว่า “การพักผ่อนคือความขี้เกียจ”แต่ความจริงคือ… จิตใจเรามีขีดจำกัด เหมือนกับร่างกาย เมื่อเราฝืนใช้งานเกินพอดี สิ่งที่เกิดขึ้นคือ Burnout 

 สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม เช่น

 สัญญาณทางร่างกาย

  •  ปวดหัวบ่อยขึ้น แม้ไม่ได้เครียดอะไรมาก 
  •  นอนไม่หลับ หรือนอนหลับแล้วฝันเรื่องงาน 
  •  เหนื่อยล้าเรื้อรัง ตื่นมาแล้วยังเหนื่อย 
  •  หมดไฟ รู้สึกว่าพลังงานในร่างกายถูกดูดออกไปหมด 
  •  ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบ่า คอ หลัง 
  •  เจ็บป่วยง่าย เพราะภูมิคุ้มกันแย่ลง 

 สัญญาณทางอารมณ์

  •  หงุดหงิดง่าย โมโหเร็ว โดยเฉพาะกับคนใกล้ชิด 
  •  ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ร้องไห้ง่าย 
  •  รู้สึกสิ้นหวัง ท้อแท้กับชีวิต 
  •  ไม่มีความสุขกับสิ่งที่เคยชอบ
  •  รู้สึกโดดเดี่ยว แม้จะอยู่ท่ามกลางคนเยอะ
  •  กลัวการทำผิดพลาด กลัวถูกตำหนิ

 สัญญาณทางจิตใจ

  •  สมาธิสั้น ทำอะไรไม่จดจ่อ 
  •  ความจำแย่ลง ลืมงานที่ต้องทำ 
  •  คิดเชิงลบ มองโลกในแง่ร้าย 
  •  ไม่มั่นใจในความสามารถตัวเอง 
  •  รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า งานไม่เก่ง 
  •  ตั้งคำถามว่า “ทำไปเพื่ออะไร” 

 หากปล่อยไว้นาน อาจพัฒนาเป็นได้  

ภาวะซึมเศร้า  รู้สึกเศร้า ไม่มีแรงจูงใจ นานเป็นเดือน, ภาวะวิตกกังวล  กังวลเรื่องงานตลอด 24 ชั่วโมง  โรคหัวใจ จากความเครียดสะสม โรคกระเพาะ จากการกินไม่เป็นเวลา, ความเครียด ความสัมพันธ์แย่ลง  ทะเลาะกับคนใกล้ชิดบ่อย

 สิ่งที่คุณทำได้ตั้งแต่วันนี้

  1. จดจำขีดจำกัดของตัวเอง งานสำคัญ แต่คุณสำคัญกว่า เรียนรู้ที่จะพูด “ไม่” เมื่อถึงขีดจำกัดแล้ว จำไว้ว่า “ความเพอร์เฟคไม่มีอยู่จริง” 
  2. จัดสมดุลเวลางาน-ชีวิตตั้งเวลาหยุดทำงาน และปฏิบัติจริงๆ ปิดอีเมล LINE งานหลังเลิกงาน อย่าตรวจงานในวันหยุด
  3.  ดูแลร่างกายและจิตใจ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แม้แค่เดิน 30 นาที กินอาหารครบ 3 มื้อ อย่าข้ามมื้อ  นอนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมง ทำกิจกรรมที่ทำให้ผ่อนคลาย 
  4. คุยกับเพื่อน ครอบครัว เมื่อรู้สึกไม่ดี หาที่ปรึกษาในที่ทำงาน เช่น หัวหน้าที่เข้าใจ เข้าร่วมกลุ่มช่วยเหลือ หรือชุมชนที่มีปัญหาคล้ายกัน 
  5.  ไม่อายที่จะขอความช่วยเหลือ หากอาการรุนแรงและนานกว่า 2 สัปดาห์ ควรพบแพทย์ การบำบัดทางจิตใจช่วยได้มาก ไม่ใช่เรื่องน่าอาย สายด่วนสุขภาพจิต 1323 (24 ชั่วโมง ฟรี) 

อย่าลืมว่า… งานสำคัญ แต่สุขภาพใจสำคัญกว่าเสมอ ไม่มีงานไหนสำคัญกว่าชีวิตคุณ ไม่มีความสำเร็จไหนคุ้มกับการเสียสุขภาพจิต การพักผ่อนไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่เป็นการลงทุนในตัวเอง คุณคู่ควรกับชีวิตที่มีความสุข ไม่ใช่แค่ชีวิตที่มี “ความสำเร็จ” 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *