ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
What tests should couples who plan to have children start with?

คู่รักวางแผนมีบุตร ต้องเริ่มตรวจอะไรบ้าง?

การวางแผนมีลูก ไม่เพียงแต่จะต้องพร้อมทางด้านจิตใจและการเงินเท่านั้น แต่สุขภาพร่างกายก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ หลายคู่เข้าใจว่าการตั้งครรภ์เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ในความจริงแล้วมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ ทั้งฮอร์โมน อายุ น้ำหนักตัว โรคประจำตัว หรือความเครียด การตรวจสุขภาพก่อนมีบุตร เป็นขั้นตอนที่ช่วยลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสให้การตั้งครรภ์เป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น

Reasons to have a health check before having children

เหตุผลที่ควรตรวจสุขภาพก่อนมีบุตร

  • เตรียมร่างกายให้พร้อม การตรวจจะช่วยให้รู้ว่ามีโรคหรือภาวะใดที่ต้องแก้ไขก่อนตั้งครรภ์ เช่น โลหิตจาง เบาหวาน หรือโรคติดต่อบางชนิด
  • ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน ทั้งต่อแม่และลูก เช่น ภาวะครรภ์เป็นพิษ แท้งบุตร หรือทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์
  • ตรวจหาความผิดปกติทางพันธุกรรม เพื่อวางแผนและปรึกษาทางเลือกในการรักษาหรือป้องกัน
  • สร้างความมั่นใจให้กับคู่รัก ว่าร่างกายพร้อมและมีโอกาสสูงที่จะมีลูกอย่างปลอดภัย

การตรวจที่ผู้หญิงควรทำ

1. ตรวจสุขภาพทั่วไป

ตรวจร่างกายพื้นฐาน เช่น ความดันโลหิต น้ำหนัก ส่วนสูง ค่า BMI รวมถึงการตรวจเลือด เพื่อดูความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด น้ำตาล ไขมันในเลือด และการทำงานของตับ ไต

2. ตรวจระบบสืบพันธุ์

  • ตรวจภายในและอัลตราซาวด์มดลูก รังไข่ เพื่อตรวจหาความผิดปกติ เช่น ซีสต์ เนื้องอก หรือมดลูกผิดรูป
  • ตรวจรอบเดือนและการตกไข่ ว่ามีความสม่ำเสมอหรือไม่ เพราะมีผลโดยตรงต่อโอกาสตั้งครรภ์

3. ตรวจโรคติดต่อ

เช่น ซิฟิลิส เอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี ซี หัดเยอรมัน และเริม เนื่องจากโรคเหล่านี้สามารถส่งผลต่อทารกได้ หากตรวจพบแพทย์จะให้คำแนะนำหรือรักษาก่อนตั้งครรภ์

4. ตรวจภูมิคุ้มกันโรคบางชนิด

เช่น หัดเยอรมัน ไข้หวัดใหญ่ ไวรัสตับอักเสบบี หากภูมิคุ้มกันต่ำ แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันก่อนตั้งครรภ์

5. ตรวจฮอร์โมน

บางรายอาจต้องตรวจฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนไทรอยด์ เนื่องจากความผิดปกติของฮอร์โมนเหล่านี้อาจส่งผลให้ไข่ไม่ตกหรือตั้งครรภ์ยาก

Tests that men should do

การตรวจที่ผู้ชายควรทำ

หลายครั้งจะมุ่งความสนใจไปที่ฝ่ายหญิง แต่ความจริงแล้วผู้ชายก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน เพราะประมาณ 40–50% ของคู่ที่มีบุตรยาก มาจากปัญหาฝ่ายชาย ดังนั้นสิ่งที่ควรตรวจ ได้แก่

1. ตรวจสุขภาพทั่วไป

เช่นเดียวกับฝ่ายหญิง ตรวจเลือด ความดัน น้ำตาล ไขมัน และตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

2. ตรวจน้ำเชื้อ (Semen analysis)

เพื่อดูจำนวน การเคลื่อนไหว และรูปร่างของอสุจิ หากพบว่ามีปัญหา เช่น อสุจิน้อย เคลื่อนไหวช้า หรือรูปร่างผิดปกติ แพทย์จะช่วยหาสาเหตุ เช่น จากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ความร้อน โรคประจำตัว หรือพันธุกรรม

3. ตรวจฮอร์โมน

ตรวจระดับฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) และฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างอสุจิ หากมีความผิดปกติจะได้รักษาอย่างตรงจุด

Joint examination of couples

การตรวจร่วมกันของคู่รัก

นอกจากการตรวจสุขภาพเฉพาะเพศแล้ว ยังมีการตรวจที่คู่รักควรทำร่วมกัน เช่น

  • การตรวจความเข้ากันได้ของหมู่เลือด (Rh incompatibility) เพื่อป้องกันปัญหา Rh negative ที่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนกับลูก
  • ตรวจพันธุกรรม หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคทางพันธุกรรม เช่น ธาลัสซีเมีย หรือโรคเลือดอื่น ๆ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อดูความเสี่ยงและหาทางเลือกในการป้องกัน

การเตรียมตัวก่อนตรวจ

  • ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และงดอาหารบางชนิดหากต้องตรวจเลือด
  • ผู้ชายที่ต้องตรวจน้ำเชื้อ ควรงดการหลั่งประมาณ 2–5 วัน เพื่อให้ผลออกมาแม่นยำ
  • เตรียมข้อมูลประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ไปให้แพทย์ทราบ

การดูแลตัวเองหลังตรวจ

หลังจากทราบผลตรวจ คู่รักสามารถใช้ข้อมูลนี้ในการวางแผนดูแลสุขภาพ เช่น การปรับอาหาร การออกกำลังกาย หรือการเข้ารับการรักษาหากพบความผิดปกติ เพื่อให้พร้อมที่สุดก่อนตั้งครรภ์

การตรวจสุขภาพก่อนมีบุตรไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะช่วยให้ทั้งพ่อแม่และลูกปลอดภัยมากขึ้น และยังช่วยลดความกังวลใจของคู่รักที่กำลังวางแผนครอบครัว หากคุณกำลังคิดอยากมีลูก ลองเริ่มต้นจากการเข้าพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำและตรวจร่างกาย ทั้งคุณและคู่รักก็จะมั่นใจได้ว่าก้าวแรกสู่การเป็นพ่อแม่เต็มไปด้วยความพร้อมอย่างแท้จริง

เขียน/เรียบเรียง โดย: ClinicInsights.asia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *