ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
How to check for male infertility and what treatments are available?

ภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย ตรวจอย่างไร รักษาแบบไหนได้บ้าง

ภาวะมีบุตรยาก หลายคนมักนึกถึงปัญหาที่เกิดจากฝ่ายหญิงเป็นหลัก แต่ความจริงแล้วข้อมูลทางการแพทย์ชี้ว่า มากถึง 40–50% ของคู่ที่มีบุตรยาก เกิดจากปัญหาของฝ่ายชายโดยตรงหรือมีส่วนร่วมด้วย ซึ่งหมายความว่าผู้ชายเองก็ต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพการเจริญพันธุ์ไม่แพ้กัน บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า ภาวะมีบุตรยากในผู้ชายคืออะไร ตรวจได้อย่างไร และการรักษามีแนวทางแบบไหนบ้าง

What is male infertility?

ภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย คืออะไร

คือ ภาวะที่คู่สมรสพยายามมีบุตรอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 12 เดือนขึ้นไป โดยไม่ได้คุมกำเนิด แต่ไม่ประสบความสำเร็จ และเมื่อทำการตรวจแล้วพบว่าปัญหาหลักอยู่ที่ฝ่ายชาย

สาเหตุสำคัญ 

  • จำนวนอสุจิน้อย (Oligospermia)
  • อสุจิเคลื่อนไหวผิดปกติ (Asthenozoospermia)
  • รูปร่างอสุจิผิดปกติ (Teratozoospermia)
  • ไม่มีอสุจิเลย (Azoospermia)

ปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อย

  1. ปัญหาสุขภาพ
    เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  2. พฤติกรรมการใช้ชีวิต
    สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ พักผ่อนไม่พอ อ้วนหรือผอมเกินไป
  3. สิ่งแวดล้อม
    การสัมผัสสารเคมี ความร้อนสูงจากการทำงาน หรือการใช้แล็ปท็อปบนตักเป็นเวลานาน
  4. ความผิดปกติแต่กำเนิด
    เช่น อัณฑะไม่ลงถุงตั้งแต่เด็ก หรือมีความผิดปกติทางพันธุกรรม
Male infertility screening

การตรวจหาภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย

การตรวจวินิจฉัยถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยระบุสาเหตุอย่างชัดเจน

1. การซักประวัติและตรวจร่างกาย

แพทย์จะสอบถามประวัติสุขภาพ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และตรวจร่างกาย เช่น ขนาดอัณฑะ เส้นเลือดขอดที่ถุงอัณฑะ

2. การตรวจน้ำอสุจิ (Semen Analysis)

เป็นการตรวจหลักที่ใช้มากที่สุด โดยพิจารณา

  • ปริมาณน้ำอสุจิ
  • จำนวนอสุจิ
  • การเคลื่อนไหว
  • รูปร่างอสุจิ

3. การตรวจเลือด

เพื่อดูระดับฮอร์โมน เช่น เทสโทสเตอโรน, FSH, LH, โปรแลคติน

4. การตรวจพิเศษอื่น ๆ

  • อัลตราซาวด์ถุงอัณฑะ เพื่อตรวจหาความผิดปกติของโครงสร้าง
  • การตรวจพันธุกรรม ในรายที่สงสัยว่ามีความผิดปกติทางโครโมโซม
  • การตรวจชิ้นเนื้ออัณฑะ (Testicular Biopsy) หากไม่มีอสุจิในน้ำอสุจิ

แนวทางการรักษา

ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ตรวจพบ โดยอาจมีทั้งการปรับพฤติกรรม การใช้ยา หรือเทคนิคช่วยการเจริญพันธุ์

1. การปรับพฤติกรรม

เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีโรคร้ายแรง แต่มีปัจจัยเสี่ยงจากการใช้ชีวิต

  • เลิกบุหรี่และแอลกอฮอล์
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ลดการสัมผัสความร้อน เช่น ไม่แช่น้ำร้อนบ่อย ๆ หรือหลีกเลี่ยงกางเกงรัดแน่น

2. การใช้ยาและฮอร์โมน

  • ยากระตุ้นการสร้างอสุจิในบางกรณี
  • การใช้ฮอร์โมนทดแทนในคนที่ฮอร์โมนต่ำ

3. การผ่าตัด

  • ผ่าตัดแก้ไขเส้นเลือดขอดที่ถุงอัณฑะ (Varicocele) ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ชายที่มีบุตรยาก
  • ผ่าตัดแก้ไขท่อนำอสุจิอุดตัน

4. เทคนิคช่วยการเจริญพันธุ์ (Assisted Reproductive Technology: ART)

หากวิธีข้างต้นไม่เพียงพอ อาจใช้เทคโนโลยีช่วย

  • IUI (Intrauterine Insemination) ฉีดอสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรง
  • IVF (In Vitro Fertilization) ทำการปฏิสนธินอกร่างกายหรือที่รู้จักกันว่าเด็กหลอดแก้ว
  • ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) เทคนิคฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง เหมาะกับกรณีที่อสุจิมีน้อยหรือคุณภาพต่ำ
Taking care of yourself to increase your chances

การดูแลตัวเองเพื่อเพิ่มโอกาส

นอกจากการรักษาตามแพทย์แล้ว ผู้ชายสามารถเสริมสุขภาพการเจริญพันธุ์ได้ด้วยตัวเอง

  • รับประทานอาหารที่มีสังกะสี ซีลีเนียม และวิตามินซี เช่น หอยนางรม ถั่ว ผลไม้รสเปรี้ยว
  • พักผ่อนเพียงพอ นอนวันละ 7–8 ชั่วโมง
  • ลดความเครียด ด้วยการทำกิจกรรมผ่อนคลาย เช่น เล่นกีฬา นั่งสมาธิ
  • ตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อค้นหาปัญหาก่อนรุนแรง

ภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะมีสาเหตุได้หลากหลายและแก้ไขได้หลายวิธี การตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องคือกุญแจสำคัญในการรักษา การปรับพฤติกรรม การใช้ยา การผ่าตัด หรือเทคนิคช่วยการเจริญพันธุ์ ล้วนสามารถเพิ่มโอกาสให้คู่รักมีบุตรได้ สำหรับผู้ชายที่กำลังวางแผนสร้างครอบครัว การดูแลสุขภาพร่างกายตั้งแต่วันนี้คือการเตรียมตัวที่ดีที่สุด

เขียน/เรียบเรียง โดย: ClinicInsights.asia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *