ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
โบท็อกซ์ช่วยลดกรามและปรับรูปหน้าได้อย่างไร

โบท็อกซ์ช่วยลดกรามและปรับรูปหน้าได้อย่างไร

หนึ่งในการใช้งานที่ได้รับความนิยมคือ การฉีดโบท็อกซ์ลดกราม โดยเฉพาะในผู้ที่มีกล้ามเนื้อกรามหนา กล้ามเนื้อบริเวณมุมกรามที่ใช้เคี้ยวอาหารบ่อย ๆ จนมีขนาดใหญ่ขึ้น การฉีดโบท็อกซ์จะช่วยคลายการทำงานของกล้ามเนื้อมัดนี้ ทำให้กรามค่อย ๆ ดูเรียวลงและสมส่วนกับใบหน้า

หลักการทำงานของโบท็อกซ์ในการลดกราม

หลักการทำงานของโบท็อกซ์ในการลดกราม

โบท็อกซ์ (Botox) คือ สารที่สกัดจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง เมื่อเราฉีดโบท็อกซ์เข้าไปในกล้ามเนื้อกราม โบท็อกซ์จะไปยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อกรามคลายตัวและมีขนาดเล็กลง เมื่อกล้ามเนื้อกรามเล็กลง รูปหน้าก็จะดูเรียวขึ้นส่งผลให้ผิวหนังด้านบนดูเรียบเนียนขึ้น ลดการแสดงริ้วรอย และช่วยปรับรูปหน้าในบางบริเวณได้อย่างเป็นธรรมชาติ

หลักการลดกรามด้วยโบท็อกซ์

บริเวณกรามมีกล้ามเนื้อชื่อ Masseter เป็นมัดใหญ่ที่ใช้เคี้ยวอาหาร หากกล้ามเนื้อมัดนี้หนา จะทำให้รูปหน้าดูกว้างหรือเป็นสี่เหลี่ยม โดยเฉพาะในบางคนที่ชอบเคี้ยวของเหนียวหรือมีพฤติกรรมกัดฟันตอนนอน เมื่อฉีดโบท็อกซ์ลงในกล้ามเนื้อมัดนี้ จะทำให้กล้ามเนื้อหยุดทำงานบางส่วนชั่วคราว กล้ามเนื้อจะไม่ถูกใช้งานหนัก ทำให้ขนาดเล็กลงในช่วง 1–3 เดือนหลังฉีด และส่งผลให้กรอบหน้าดูเรียวลง

ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์ต่อรูปหน้า

ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์ต่อรูปหน้า

  • ช่วยให้ กรอบหน้าดูเรียวขึ้นแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงกระดูก
  • ลดอาการบวมหน้าจากการใช้กล้ามเนื้อกรามหนักเกินไป
  • ผิวหน้าดูผ่อนคลายมากขึ้นจากการคลายกล้ามเนื้อ
    หากทำอย่างต่อเนื่อง กล้ามเนื้อจะไม่กลับมาโตเท่าเดิมเร็ว ทำให้ผลคงอยู่ได้นานขึ้น

โบท็อกซ์เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่มีกล้ามเนื้อกรามเด่นชัดจนทำให้รูปหน้าเป็นเหลี่ยม
  • ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัดกรามหรือทำหัตถการที่ต้องพักฟื้น
  • ผู้ที่เคยฉีดโบท็อกซ์แล้วและต้องการดูแลผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง
  • ผู้ที่มีปัญหาปวดกรามจากการบดฟันในตอนกลางคืน (บางกรณีใช้ลดอาการร่วมได้)

ตารางเปรียบเทียบหัตถการ

หัตถการเป้าหมายผลลัพธ์ระยะเวลาผลลัพธ์ความเจ็บปวดระยะพักฟื้น
โบท็อกซ์ลดกรามลดขนาดกล้ามเนื้อกรามหน้าเรียวขึ้น4-6 เดือนน้อยไม่มี
การผ่าตัดลดกรามลดขนาดกระดูกกรามหน้าเรียวขึ้น (ถาวร)ถาวรมากนาน
การฉีดเมโสแฟตลดไขมันบริเวณแก้มแก้มเล็กลงขึ้นอยู่กับบุคคลน้อยน้อย
ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อกซ์

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อกซ์

  • การฉีดโบท็อกซ์ลดกรามไม่ใช่การลดไขมันหรือปรับกระดูก แต่เป็นการลดกล้ามเนื้อเฉพาะจุด จึงเหมาะกับผู้ที่กรามใหญ่จากกล้ามเนื้อเท่านั้น ไม่เหมาะกับคนที่กระดูกขากรรไกรกว้างตั้งแต่โครงสร้าง
  • หลังฉีดอาจรู้สึกตึงหรือเคี้ยวข้าวเหนียวได้ลำบากเล็กน้อยในช่วงแรก แต่ไม่เป็นอันตราย และอาการจะดีขึ้นภายในไม่กี่วัน
  • ผลลัพธ์จะเริ่มเห็นในช่วง 2–4 สัปดาห์หลังฉีด และคงอยู่ประมาณ 4–6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นกับร่างกาย พฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อ และยี่ห้อโบท็อกซ์ที่เลือกใช้

ข้อควรปฏิบัติและข้อควรหลีกเลี่ยงหลังฉีด

  • หลีกเลี่ยงการนวด ถู หรือกดบริเวณที่ฉีด หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก หรือทำกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก
  • หลีกเลี่ยงการนอนราบ 4 ชั่วโมงแรกหลังฉีด
  • อาการที่อาจเกิดขึ้นได้หลังฉีด หลังฉีดโบท็อกซ์ลดกราม อาจมีอาการบวม แดง หรือช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นอาการปกติ และจะหายไปได้เองภายในไม่กี่วัน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์ลดกราม

  • ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามอันตรายไหม?

โบท็อกซ์มีความปลอดภัย หากฉีดโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน

  • ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามเจ็บไหม?

ขณะฉีด อาจรู้สึกเหมือนโดนมดกัดเล็กน้อย อาจมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ในบางกรณี

  • โบท็อกซ์ลดกรามอยู่ได้นานแค่ไหน?

ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์ลดกรามจะอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

  • ถ้าหยุดฉีดโบท็อกซ์กราม กรามจะกลับมาใหญ่เหมือนเดิมไหม?

เมื่อหยุดฉีดโบท็อกซ์ กล้ามเนื้อกรามจะค่อยๆ กลับมามีขนาดเท่าเดิม แต่ถ้าไม่กลับไปมีพฤติกรรมที่ทำให้กล้ามเนื้อกรามใหญ่ขึ้น (เช่น เคี้ยวอาหารแข็งเป็นประจำ) กล้ามเนื้อกรามก็จะไม่ใหญ่เท่าเดิม

เขียน/เรียบเรียงโดย: ClinicInsights.asia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *