ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
โบท็อกซ์กับผลข้างเคียง สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีด

โบท็อกซ์กับผลข้างเคียง สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีด!!

โบท็อกซ์ เป็นสารที่ถูกพูดถึงกันมากในวงการความงาม เพราะสามารถช่วยลดริ้วรอย ยกกระชับหน้า และปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ในขณะเดียวกัน หลายคนก็ยังมีคำถามคาใจว่า “โบท็อกซ์อันตรายไหม?” หรือ “ฉีดแล้วจะมีผลข้างเคียงอะไรหรือเปล่า?” ถ้ากำลังคิดจะฉีดโบท็อกซ์ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจมากขึ้นทั้งเรื่องประโยชน์ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และข้อควรระวังก่อนตัดสินใจค่ะ

โบท็อกซ์คืออะไร

โบท็อกซ์คืออะไร?

โบท็อกซ์คือโปรตีนที่สกัดจากแบคทีเรียชื่อ Clostridium botulinum มีฤทธิ์ในการยับยั้งการส่งสัญญาณจากเส้นประสาทไปยังกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นคลายตัวชั่วคราว ด้วยคุณสมบัตินี้เองถูกนำมาใช้ในหลากหลายทาง ทั้งทางการแพทย์และเสริมความงาม เช่น

  • ลดริ้วรอยหน้าผาก หางตา ระหว่างคิ้ว
  • ปรับรูปหน้าด้วยการลดกล้ามเนื้อกราม
  • ลดเหงื่อใต้วงแขน
  • รักษาไมเกรนหรือโรคทางกล้ามเนื้อบางประเภท

ฉีดโบท็อกซ์แล้วเกิดอะไรขึ้น?

ฉีดโบท็อกซ์เข้าไปในกล้ามเนื้อ คือให้กล้ามเนื้อนั้น “ทำงานน้อยลง” ส่งผลให้ริ้วรอยลดลงหรือรูปหน้าเรียวขึ้น ซึ่งผลจะเริ่มเห็นหลังฉีดประมาณ 3–7 วัน และอยู่ได้นานราว 3–6 เดือน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและปริมาณที่ใช้

ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยมาก

ผลข้างเคียงของโบท็อกซ์ที่พบได้บ่อย

โบท็อกซ์เป็นหัตถการที่ค่อนข้างปลอดภัย โดยเฉพาะถ้าทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ แต่ก็มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น

  • รอยช้ำบริเวณที่ฉีด เป็นอาการเบื้องต้นที่พบบ่อยที่สุด และจะหายเองใน 3–5 วัน
  • บวมเล็กน้อย หลังฉีดอาจรู้สึกตึงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายภายในไม่กี่วัน
  • ปวดศีรษะ หรือรู้สึกหนักหน้า บางรายอาจมีอาการคล้ายตึงหน้า ตึงคิ้ว แต่จะหายได้เองในไม่กี่วัน
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงเกินไป เช่น หัวคิ้วตก คิ้วย้อย ตาปรือ หากฉีดในตำแหน่งหรือปริมาณที่ไม่เหมาะสม
  • รอยยิ้มเบี้ยวหรือยิ้มไม่สุด เกิดได้หากฉีดบริเวณมุมปากหรือกรามโดยไม่ได้ประเมินอย่างเหมาะสม

ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยมาก 

จะพบได้น้อยมาก แต่ก็มีรายงานเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่ควรระวัง เช่น

  • อาการแพ้ เช่น มีผื่นขึ้น หายใจติดขัด หรือวิงเวียน (ควรรีบพบแพทย์ทันที)
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงบริเวณอื่น หากฉีดมากเกินไปหรือตัวยากระจายไปยังตำแหน่งที่ไม่ควร
  • อาการตาแห้งหรือปากแห้ง จากผลของการฉีดบริเวณใกล้ต่อมน้ำลายหรือต่อมน้ำตา

ทำยังไงถึงจะปลอดภัย?

  • เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ต้องมีแพทย์เป็นผู้ประเมินและฉีดจริง ใช้ยาที่ผ่าน อย. ไทย
  • ขอดูขวดยาก่อนฉีด ยาโบท็อกซ์มีหลายยี่ห้อ เช่น Allergan, Nabota, Dysport ควรขอดูขวดยาพร้อมวันหมดอายุและปริมาณที่ใช้จริง
  • แจ้งประวัติเสมอ หากคุณกำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร มีโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือแพ้ยา ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง
  • ดูแลตัวเองหลังฉีดอย่างเหมาะสม เช่น ไม่นวดหน้า ไม่ก้มหน้าต่ำ 4 ชม.แรก งดนอนราบ 6–8 ชม. และหลีกเลี่ยงความร้อนจัดในช่วง 1–2 วันหลังฉีด
โบท็อกซ์ไม่เหมาะกับใคร

โบท็อกซ์ไม่เหมาะกับใคร?

  • หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้โปรตีนในโบท็อกซ์
  • ผู้ที่มีโรคกล้ามเนื้อบางชนิด เช่น Myasthenia Gravis
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์แบบถาวร เพราะโบท็อกซ์อยู่ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น

ควรเว้นระยะห่างเท่าไหร่ในการฉีด?

ควรเว้น อย่างน้อย 3 เดือน ต่อการฉีดแต่ละครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อฟื้นตัว และหลีกเลี่ยงการดื้อโบท็อกซ์ (ร่างกายสร้างภูมิต้านทานต่อสารโบท็อกซ์) โบท็อกซ์ถือเป็นหนึ่งในหัตถการที่นิยมและปลอดภัยที่สุดในวงการความงาม หากฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้ยาที่ผ่านมาตรฐาน และปฏิบัติตัวตามคำแนะนำหลังฉีด ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจะน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย

หากคิดจะฉีดโบท็อกซ์ “เพียงเพราะราคาถูก” หรือ “เพราะเห็นคนอื่นทำ” โดยไม่รู้ว่าเหมาะกับเราหรือไม่ อาจเสี่ยงได้ผลลัพธ์ที่ผิดหวัง หรือเกิดผลข้างเคียงโดยไม่จำเป็น ก่อนตัดสินใจ ต้องเลือก รู้ให้ชัด และปรึกษาแพทย์ที่ไว้ใจได้ จะทำให้คุณสวยอย่างมั่นใจ ปลอดภัย และเป็นธรรมชาติค่ะ
เขียน/เรียบเรียง โดย: ClinicInsights.asia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *