ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
Thailand promotes "Lifestyle Medicine" to create good health

ไทยผลักดัน “เวชศาสตร์วิถีชีวิต” สร้างสุขภาพดี

ช่วงที่ผ่านมา มักได้ยินคำว่า “เวชศาสตร์วิถีชีวิต” (Lifestyle Medicine) มากขึ้นเรื่อย ๆ แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในต่างประเทศ แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว นี่ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่กระทรวงสาธารณสุขตั้งใจขับเคลื่อนอย่างจริงจัง ภายใต้เป้าหมายเดียวกันคือ การทำให้คนไทยมีอายุยืนยาวขึ้น อยู่กับโรคให้น้อยลง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

What is lifestyle medicine?

เวชศาสตร์วิถีชีวิต คืออะไร

เวชศาสตร์วิถีชีวิต เป็นศาสตร์ทางการแพทย์ที่เน้นการป้องกันและฟื้นฟูสุขภาพด้วย การปรับพฤติกรรมประจำวัน แทนที่จะพึ่งการรักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียว หลักการอยู่ที่ 6 ด้านสำคัญ ได้แก่

  1. โภชนาการ  

กินอาหารที่สมดุล ลดน้ำตาล ไขมันทรานส์ และอาหารแปรรูป

  1. การออกกำลังกาย 

ขยับร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องเข้าฟิตเนสเสมอไป แค่เดินหรือทำงานบ้านก็ช่วยได้

  1. การนอนหลับ  

นอนให้เพียงพอและมีคุณภาพ

  1. การจัดการความเครียด  

ฝึกสติ ทำสมาธิ หรือหากิจกรรมผ่อนคลาย

  1. การงดสารเสพติด  

ไม่สูบบุหรี่ ลดแอลกอฮอล์

  1. ความสัมพันธ์ทางสังคม  

มีเพื่อน ครอบครัว หรือเครือข่ายที่ช่วยเกื้อหนุนกัน

Why should Thailand pay attention to this approach?

ทำไมไทยต้องหันมาสนใจแนวทางนี้

ปัญหาใหญ่ของระบบสุขภาพไทย คือ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และมะเร็ง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนผู้เสียชีวิตมากกว่า 70% ของประชากรทั้งหมด และยังเป็นภาระงบประมาณหลักของภาครัฐ จากข้อมูลล่าสุด คนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 77 ปี แต่สิ่งที่น่ากังวลคือช่วงเวลาที่อยู่แบบ “สุขภาพดี” (Healthy Life Expectancy) กลับสั้นกว่า ทำให้หลายคนใช้เวลา 8–10 ปีสุดท้ายของชีวิตไปกับการรักษาและการพึ่งพาผู้อื่น

กระทรวงสาธารณสุขจึงประกาศเดินหน้า “LM Kick Off 2025” หรือโครงการผลักดันเวชศาสตร์วิถีชีวิต เพื่อยกระดับการป้องกันโรค และวางเป้าหมายให้คนไทยมีอายุยืนเฉลี่ยมากกว่า 75 ปีขึ้นไป แต่ที่สำคัญคือ ต้องยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่เพียงแค่ยืดอายุ

การนำร่องและความร่วมมือ

โครงการนี้ไม่ได้ทำเพียงในระดับกระทรวง แต่ยังร่วมมือกับหลายภาคส่วน เช่น โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย และภาคเอกชน เพื่อนำเวชศาสตร์วิถีชีวิตไปใช้จริงในระบบบริการสุขภาพ

  • โรงพยาบาลบางแห่งเริ่มมีคลินิก Lifestyle Medicine โดยเฉพาะ
  • หลักสูตรอบรมบุคลากรทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิตเริ่มถูกพัฒนา
  • มีการจัดทำคู่มือแนวทางปฏิบัติสำหรับประชาชนทั่วไป เช่น เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ ตารางออกกำลังกาย และวิธีฝึกสมาธิ
Benefits that will occur

ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น

  1. ลดค่าใช้จ่ายสุขภาพ

การป้องกันถูกกว่าการรักษาเสมอ

  1. คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  

ผู้คนมีพลังงานมากขึ้น ทำงานได้เต็มที่ ใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ

  1. ลดความเหลื่อมล้ำ  

ทุกคนสามารถเข้าถึงแนวทางได้ เพราะเป็นเรื่องพฤติกรรม ไม่ได้พึ่งแต่เทคโนโลยีราคาแพง

  1. สร้างวัฒนธรรมสุขภาพ  

ทำให้การดูแลตัวเองกลายเป็นเรื่องปกติในสังคม

การเดินหน้าของประเทศไทยในเรื่อง “เวชศาสตร์วิถีชีวิต” เป็นสัญญาณที่ดีว่า ระบบสาธารณสุขไม่ได้มองเพียงการรักษาเมื่อเจ็บป่วย แต่หันมาเน้นการป้องกันและสร้างพลังให้ประชาชนดูแลตัวเองได้ เป้าหมายอายุยืนยาวมากกว่า 75 ปีจึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่คือการมีชีวิตที่กระฉับกระเฉง สุขภาพกายใจแข็งแรง และพร้อมใช้เวลาอยู่กับครอบครัวและสังคมอย่างมีคุณค่า

เขียน/เรียบเรียง โดย: ClinicInsights.asia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *