กรมการแพทย์ชี้แจง ประเทศไทยยังปลอดภัยจากไวรัสนิปาห์ เตือนระวังข่าวบิดเบือน
ท่ามกลางกระแสข่าวที่แพร่สะพัดบนโลกโซเชียลมีเดียเกี่ยวกั […]

ปากแหว่งเพดานโหว่ เป็นความผิดปกติที่พบได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิด ส่งผลต่อทั้งการหายใจ การรับประทานอาหาร และการพูด รวมถึงกระทบสภาพจิตใจของผู้ป่วยและครอบครัวมาอย่างยาวนาน การผ่าตัดและการใส่อุปกรณ์เสริม (prosthesis) จะเป็นทางเลือกหลักที่ใช้รักษา แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องความพอดี ความแข็งแรง และค่าใช้จ่ายที่สูง ล่าสุด วงการแพทย์ไทยได้รับข่าวดี เมื่อ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) เปิดตัวการใช้ เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ด้วยวัสดุไทเทเนียม สำหรับการรักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ เป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่สามารถนำเทคโนโลยีระดับสากลเช่นนี้มาปรับใช้จริงกับผู้ป่วย

สารบัญเนื้อหา
Toggleวัสดุที่ใช้ในการทำอุปกรณ์ช่วยรักษาแบบดั้งเดิม เช่น อะคริลิก หรือโลหะผสมทั่วไป มีข้อจำกัดด้านความแข็งแรง การปรับเข้ากับโครงสร้างใบหน้าของผู้ป่วยแต่ละคน และอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ แต่ ไทเทเนียม ถือเป็นวัสดุที่แพทย์ทั่วโลกยอมรับว่ามีความแข็งแรงสูง น้ำหนักเบา ทนทาน และเข้ากับร่างกายมนุษย์ได้ดี
เมื่อผสานกับ เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) ทีมแพทย์สามารถออกแบบอุปกรณ์ที่ “พอดีเฉพาะบุคคล” ได้ทันที จากการสแกนโครงสร้างกระดูกและรูปหน้า ทำให้ชิ้นงานที่ได้ไม่เพียงพอดี แต่ยังช่วยลดเวลาในการรักษาและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้มากกว่าวิธีเดิม

ผู้ป่วยจะเข้ารับการตรวจโครงสร้างใบหน้าและช่องปากด้วยเครื่อง CT Scan หรือ 3D Scanner เพื่อเก็บข้อมูลที่ละเอียดที่สุด
แพทย์และทีมวิศวกรการแพทย์ร่วมกันออกแบบอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับผู้ป่วยรายนั้น ๆ
ใช้เครื่องพิมพ์ 3D ระดับอุตสาหกรรมที่สามารถขึ้นรูปโลหะได้ โดยชิ้นงานจะมีความแข็งแรงและทนทานต่อการใช้งานจริง
แพทย์จะนำชิ้นงานที่ได้มาใช้ในการผ่าตัดหรือเสริมโครงสร้างใบหน้าของผู้ป่วย
ตรวจสอบการเข้ากันของวัสดุ ความสบายตัว และผลลัพธ์ในการฟื้นฟู

สำหรับผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ ปัญหาที่พบ คือ ไม่สามารถพูดได้ชัด เสี่ยงต่อการติดเชื้อในหูและทางเดินหายใจ รวมถึงความมั่นใจในสังคมที่ลดลง การที่มีเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้
การเปิดตัวเทคโนโลยีนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่เพียงช่วยผู้ป่วยที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ แต่ยังสามารถต่อยอดไปใช้กับการรักษาอื่น ๆ หากได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการรักษาในไทย และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศได้อีกด้วย เช่น
การเปิดตัว เทคโนโลยีการพิมพ์ไทเทเนียม 3D ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร คือ การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการแพทย์ไทย จากเดิมที่ผู้ป่วยต้องพึ่งพาเทคโนโลยีราคาแพงจากต่างประเทศ วันนี้คนไทยสามารถเข้าถึงนวัตกรรมระดับโลกได้ในบ้านเราเอง ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย แต่ยังช่วยฟื้นฟูจิตใจของผู้ป่วยและครอบครัว ทำให้พวกเขามีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่พิสูจน์ว่า การแพทย์ไทยกำลังก้าวทันโลก และพร้อมสร้างนวัตกรรมเพื่อคนไทยจริง ๆ
เขียน/เรียบเรียง โดย: ClinicInsights.asia
ท่ามกลางกระแสข่าวที่แพร่สะพัดบนโลกโซเชียลมีเดียเกี่ยวกั […]
นวัตกรรมทางการแพทย์ในปัจจุบันก้าวล้ำไปสู่ระดับการวิเครา […]
กลุ่มโรงพยาบาล BDMS เดินหน้าอีกในแผนพัฒนาเทคโนโลยีด้านม […]
ประเทศไทยเดินหน้าอีกขั้นในการพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพ เม […]
อุตสาหกรรมการแพทย์กำลังให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล […]
สถานพยาบาลหลายแห่งที่เผชิญภาวะโลหิตไม่เพียงพอต่อความต้อ […]
ความกังวลจากประชาชนเกี่ยวกับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาต […]
โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ประกาศผลการพัฒนางานบริการหั […]
เทคโนโลยีเสริมศักยภาพแพทย์มีมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด โรงพย […]