ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
What is PTSD? What types of traumatic events can cause it? And why do some people still have nightmares?

PTSD คืออะไร เกิดจากเหตุการณ์สะเทือนใจแบบไหนได้บ้าง และทำไมบางคนถึงยังฝันร้ายอยู่ตลอด

คนจำนวนมากเคยผ่านเหตุการณ์ที่ฝังอยู่ในความทรงจำ ถึงเวลาผ่านไปนานหลายปี แต่ยังรู้สึกเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน บางคนได้ยินเสียงดังแล้วสะดุ้ง น้ำตาซึมโดยไม่รู้ตัว หรือมีคืนที่ต้องตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นสัญญาณที่พบได้จากภาวะ PTSD ซึ่งเกี่ยวข้องกับความทรงจำทางอารมณ์ที่ยังฝังลึกจนร่างกายตอบสนองราวกับเหตุการณ์ยังเกิดอยู่ตรงหน้า

Have PTSD symptoms

ความหมายของ PTSD 

PTSD ภาวะเครียดหลังเผชิญเหตุสะเทือนใจ เป็นภาวะที่เกิดขึ้นหลังผ่านเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อจิตใจอย่างรุนแรง จนสมองเก็บความทรงจำในรูปแบบที่ไวต่อการกระตุ้น เมื่อเจอสิ่งที่คล้ายคลึงหรือเชื่อมโยงกับเหตุการณ์เดิม แม้เพียงเล็กน้อย ร่างกายจะตอบสนองทันทีราวกับอันตรายยังอยู่ตรงหน้า

ลักษณะสำคัญที่พบได้

  • ฝันร้ายซ้ำเกี่ยวกับเหตุการณ์เดิม
  • ภาพเหตุการณ์ผุดขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ
  • หลีกเลี่ยงสถานที่ ผู้คน หรือเสียงที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์
  • หวาดผวาง่าย
  • อารมณ์แกว่งหนัก เช่น โกรธง่าย เศร้าลึก หรือรู้สึกชาไปทั้งใจ

ภาวะนี้ไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอ แต่เกี่ยวข้องกับระบบประมวลผลของสมองที่ถูกกระทบอย่างหนักจนทำให้ความทรงจำติดอยู่ในสถานะเตือนภัยค่ะ

ใครบ้างที่มีโอกาสเกิด PTSD และสัญญาณเตือน

กลุ่มที่พบได้บ่อย

  • ผู้ที่ผ่านอุบัติเหตุรุนแรง
  • ผู้ที่เผชิญเหตุการณ์คุกคาม
  • ผู้ที่เห็นเหตุร้ายต่อหน้าต่อตา
  • บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับเหตุฉุกเฉิน
  • คนที่สูญเสียบุคคลสำคัญแบบกะทันหัน

เหตุการณ์ที่ดูไม่รุนแรงสำหรับบางคน แต่กลับส่งผลลึกกับอีกคนได้ เพราะความรู้สึกและระบบป้องกันตัวของแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ

สัญญาณด้านอารมณ์

  • วิตกง่าย
  • เศร้าแบบยาวนาน
  • รู้สึกผิดทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด
  • รู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีคุณค่า

สัญญาณด้านร่างกาย

  • ใจเต้นแรงเมื่อเห็นสิ่งที่คล้ายเหตุการณ์เดิม
  • เหงื่อออกมาก
  • หน้ามืดหรือมือสั่น
  • นอนไม่หลับ

สัญญาณด้านพฤติกรรม

  • เก็บตัวมากขึ้น
  • หลีกเลี่ยงสถานที่หรือคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์
  • ขาดสมาธิ
  • ทำงานหรือใช้ชีวิตได้ยากขึ้น

หากสัญญาณเหล่านี้อยู่ต่อเนื่องเกินหนึ่งเดือน หรือรบกวนความสามารถในการใช้ชีวิต ควรสังเกตอย่างจริงจังค่ะ

How to start taking care of yourself safely

วิธีเริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างปลอดภัย  

  1. ให้พื้นที่กับตัวเอง

รับรู้ว่าประสบการณ์ที่ผ่านมามีผลต่อจิตใจ ไม่ต้องบังคับให้ลืมหรือทำเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น

  1. วิธีหายใจเพื่อลดสัญญาณเตือน

ฝึกหายใจลึกเบาและช้า ช่วยลดการเต้นของหัวใจและสัญญาณเตือนของร่างกายเมื่อถูกกระตุ้น

  1. บันทึกสิ่งที่ทำให้รู้สึกหวั่นไหว

การจดเหตุการณ์หรือสิ่งที่กระตุ้นช่วยให้เข้าใจรูปแบบของอารมณ์และหาวิธีรับมือได้ง่ายขึ้น

  1. นอนพักให้สม่ำเสมอ

ร่างกายที่อ่อนล้าจะทำให้ความกลัวขยายตัวได้ง่าย การจัดเวลานอนให้เป็นระบบช่วยสร้างความมั่นคงทางอารมณ์

  1. พูดคุยกับคนที่ไว้วางใจ

การเล่าให้ฟังไม่ได้หมายถึงต้องเล่ารายละเอียดทั้งหมด แต่เป็นการช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวที่มักมาพร้อม PTSD

  1. หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นชั่วคราว

หากรู้ว่าอะไรทำให้เกิดความตึงเครียด ควรลดหรือหลีกเลี่ยงชั่วช่วงหนึ่งเพื่อให้ร่างกายได้พัก

  1. หากอาการรุนแรงหรือยาวนาน ควรให้แพทย์ประเมิน

การพบแพทย์ด้านสุขภาพใจเป็นการดูแลตัวเองอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่เรื่องผิดปกติค่ะ

Comparing care options to make decisions easier

ทางเลือกการดูแล เปรียบเทียบเป็นข้อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

การดูแลด้วยตัวเอง

เหมาะสำหรับอาการไม่รุนแรง ช่วยลดอาการตื่นตัวของร่างกายและประคองจิตใจให้นิ่งขึ้น

  • ฝึกสมาธิ
  • เดินเบาๆ
  • จัดพื้นที่บ้านให้สงบ

การพูดคุยบำบัด

เหมาะกับผู้ที่มีความทรงจำรบกวนซ้ำ หรือมีอารมณ์แกว่งสูง ช่วยให้สมองประมวลเหตุการณ์ใหม่อย่างปลอดภัยขึ้น จนความทรงจำไม่กระตุ้นรุนแรงเหมือนเดิม

การประเมินจากแพทย์

เหมาะกับผู้ที่มีอาการฝันร้ายต่อเนื่อง นอนไม่หลับหลายสัปดาห์ หรือหลีกเลี่ยงสังคมมากขึ้น แพทย์จะช่วยประเมินอาการทางอารมณ์และร่างกายอย่างเป็นระบบ

การดูแลแบบผสมผสาน

การใช้หลายแนวทางร่วมกัน เช่น การพูดคุยควบคู่กับการฝึกความผ่อนคลาย ให้ผลที่ชัดเจนกว่า

คำถามที่พบบ่อย 

ทำไมถึงยังฝันร้ายอยู่เรื่อยๆ

เพราะสมองยังเก็บเหตุการณ์ในรูปแบบเตรียมพร้อมต่อภัย ทำให้ความทรงจำถูกกระตุ้นง่ายในช่วงนอน

PTSD เกิดจากเหตุการณ์เล็กน้อยได้ไหม

ได้ค่ะ เพราะสิ่งที่สะเทือนใจของแต่ละคนไม่เท่ากัน

ฝันร้ายเกี่ยวข้องกับความกดดันในชีวิตประจำวันไหม

เกี่ยวข้องได้ โดยเฉพาะเมื่อร่างกายยังอยู่ในสภาวะตื่นตัว

อยู่กับ PTSD ได้ไหม

อยู่ได้ แต่ควรมีแนวทางดูแลตัวเอง และควรให้แพทย์ช่วยในกรณีที่อาการรุนแรง

ต้องรอกี่เดือนถึงควรพบแพทย์

หากอาการรบกวนชีวิตมากหรือมีความคิดลบรุนแรง ควรประเมินโดยแพทย์โดยไม่ต้องรอค่ะ

บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อช่วยสังเกตอาการเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการประเมินของแพทย์ได้ หากมีอาการรุนแรง เช่น ฝันร้ายทุกคืน หายใจติดขัด ใจสั่นมาก นอนไม่ได้ติดต่อกันหลายวัน หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง ควรรีบติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือไปโรงพยาบาลใกล้ที่สุดทันที

ผู้เขียน
ClinicInsights.asia

วันที่อัปเดต
1 ธันวาคม 2568

แหล่งอ้างอิง
World Health Organization
National Institute of Mental Health
American Psychological Association
กรมสุขภาพจิต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *