ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
Trichotillomania (hair-pulling disorder), a mental health condition linked to stress

โรคดึงผมตัวเอง (Trichotillomania) ภาวะทางใจที่เชื่อมโยงกับความเครียด

การดึงผมอาจดูเหมือนพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำเวลานั่งคิด หรือเป็นนิสัยชั่วคราวเมื่อเครียด แต่สำหรับคนบางกลุ่ม พฤติกรรมนี้เป็นสิ่งที่ทำบ่อยจนกลายเป็นปัญหาที่เรียกว่า โรคดึงผมตัวเอง หรือ Trichotillomania ส่งผลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ และมีความเชื่อมโยงใกล้ชิดกับความเครียดหรือปัจจัยทางอารมณ์

What is Trichomoniasis?

อะไรคือโรคดึงผมตัวเอง

โรคดึงผมตัวเอง เป็นภาวะที่บุคคลมีแรงกระตุ้นในการดึงผมจนเป็นนิสัย ทำซ้ำ ๆ จะมีความตั้งใจหยุดก็ตาม พฤติกรรมนี้อาจเกิดขึ้นกับเส้นผมบนศีรษะ ขนตา คิ้ว หรือขนตามร่างกาย ผลที่ตามมาได้แก่บริเวณที่ขาดผมหรือผมบางอย่างเห็นได้ชัด ไม่เพียงแต่กระทบด้านความงาม แต่ยังทำให้รู้สึกอับอาย เสียความมั่นใจ และเพิ่มความเครียดซ้อนขึ้นไปอีก

ใครมีความเสี่ยงและเมื่อไรที่เริ่มพบ

โรคนี้สามารถ เริ่มได้ในช่วงวัยต่าง ๆ แต่พบบ่อยในวัยรุ่นและช่วงวัยแรกรุ่น รายงานบางฉบับชี้ว่าเพศหญิได้รับผลกระทบมากกว่าเพศชาย แต่ทั้งสองเพศสามารถมีอาการได้ ปัจจัยที่ทำให้เริ่มเกิดพฤติกรรมนี้ได้แก่ความเครียดจากการเรียน การงาน หรือความสัมพันธ์ รวมถึงบางคนอาจมีแนวโน้มทางพันธุกรรมหรือประวัติของปัญหาสุขภาพจิตร่วมด้วย 

ลักษณะอาการที่พบบ่อย

  • มีแรงกระตุ้นอยากดึงผมซ้ำ ๆ จนยากจะต้านทาน
  • เมื่อเริ่มดึงผมจะรู้สึกบรรเทาความตึงเครียดหรือความไม่สบายใจชั่วคราว
  • พยายามหยุดแต่ไม่สำเร็จ หรือหยุดได้แต่กลับมาทำซ้ำอีก
  • มีรอยผมขาดเป็นวง ๆ หรือมีพื้นที่ศีรษะที่ผมบางลงอย่างเห็นได้ชัด
  • รู้สึกอับอายหรือพยายามปกปิดด้วยหมวกหรือวิกผม
  • บางคนมีพฤติกรรมเตรียมผม เช่น เลือกเส้นผม ลูบผม ก่อนดึง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวงจรซ้ำซ้อน

ทำไมความเครียดถึงเกี่ยวข้อง

ความเครียด เป็นตัวกระตุ้นให้คนทำพฤติกรรมซ้ำ ๆ เพื่อลดความตึงเครียดชั่วคราว สำหรับผู้ที่มีแนวโน้มทางพฤติกรรมดึงผม แรงกดดันจากภายนอกหรือความคิดภายในที่กดดันสามารถทำให้เกิดการดึงผมได้ง่ายขึ้น พฤติกรรมนี้จึงอาจเป็นวิธีการ “ระบาย” อารมณ์อย่างไม่รู้ตัว 

ผลกระทบทางกายและใจ

ผลกระทบไม่ได้จำกัดแค่เรื่องผมบางหรือผมขาดเท่านั้น แต่ส่งต่อทั้งเรื่องความเชื่อมั่นในตัวเองและความสัมพันธ์กับผู้อื่น บางคนหลีกเลี่ยงกิจกรรมสังคม หลีกเลี่ยงการไปสระผมหรือสระผมที่มีคนเห็นบริเวณศีรษะที่ผมบาง นอกจากนี้การดึงผมบ่อย ๆ อาจทำให้เกิดแผลหรือการติดเชื้อที่ผิวหนังได้ หากมีการดึงแผลหรือใช้มือสกปรกสัมผัสบริเวณนั้น

Behavioral patterns and types of symptoms

รูปแบบพฤติกรรมและชนิดของอาการ

นักวิจัยมักแบ่งพฤติกรรมดึงผมเป็น 2 รูปแบบหลัก

  • แบบมีสติรู้ตัวขณะทำ เช่น รู้ว่าตัวเองกำลังทำ และสามารถบอกเหตุการณ์หรือแรงกระตุ้นก่อนหน้าได้
  • แบบทำโดยไม่รู้ตัว เช่น ทำไปขณะดูทีวี อ่านหนังสือ หรือนั่งคิด ซึ่งผู้ทำอาจไม่ทันสังเกตจนกระทั่งเห็นผลลัพธ์ที่ตามมา

แนวทางช่วยเหลือตัวเองที่เริ่มได้ทันที

พฤติกรรมที่ฝังลึก แต่มีหลายวิธีที่ช่วยลดความถี่หรือลดแรงกระตุ้นได้

  • สังเกตจุดกระตุ้น ใช้บันทึกสั้น ๆ ว่าเกิดขึ้นเมื่อไร ในสถานการณ์แบบไหน เพื่อรู้ว่าต้องจัดการกับสิ่งใดก่อน
  • หา “ทดแทน” มือ เช่น จับบอลบีบ เล่นด้าย หรือใช้แผ่นสัมผัส ให้มือมีสิ่งอื่นทำแทนการดึง
  • ตัดผมสั้นในบริเวณที่มักดึง เพื่อลดแรงดึงและความสะดวกในการเข้าถึงเส้นผม
  • ฝึกหายใจและผ่อนคลาย เมื่อรู้สึกอยากดึง ให้หยุดสักครู่ หายใจลึก ๆ หรือลุกเดินเปลี่ยนสภาพแวดล้อม
  • ปรับกิจวัตรประจำวันให้มีเวลาพักผ่อนและกิจกรรมผ่อนคลาย เช่น ออกกำลังกาย สมาธิ หรืองานอดิเรกที่ทำให้จิตใจสงบ

แนวทางที่มีงานวิจัยสนับสนุน

มีแนวทางหลายอย่างที่ได้รับการศึกษาว่าสามารถช่วยได้ เช่น

  • เทคนิคเปลี่ยนนิสัย (habit reversal training) เป็นวิธีที่สอนให้ผู้มีพฤติกรรมรู้จักสังเกตสัญญาณเตือน และใช้พฤติกรรมทดแทนเมื่อเกิดแรงอยากดึง
  • การบำบัดด้วยกลุ่มสนับสนุน การแชร์ประสบการณ์กับคนที่เจอปัญหาเดียวกันช่วยลดความอับอายและได้แนวทางปรับพฤติกรรมจากผู้อื่น
  • การฝึกสติ ช่วยให้มีสติรู้ตัวเมื่ออาการจะเกิดและลดการทำแบบอัตโนมัติ
Advice for those close to you

คำแนะนำสำหรับคนใกล้ชิด

การสนับสนุนจากคนในครอบครัวหรือเพื่อนใกล้ชิดมีความสำคัญ

  • หลีกเลี่ยงการตำหนิหรือกดดัน เพราะจะทำให้ผู้มีอาการรู้สึกอับอายและปิดกั้นตัวเองมากขึ้น
  • แสดงความเข้าใจและพร้อมรับฟัง ถามด้วยความห่วงใยว่าเขาต้องการความช่วยเหลือแบบไหน
  • ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ลดแรงกระตุ้น เช่น จัดพื้นที่ให้มีกิจกรรมทดแทนมือ หรือเตือนเตือนด้วยถ้อยคำอ่อนโยนเมื่อเห็นสัญญาณเตือน

โรคดึงผมตัวเอง ไม่ใช่เรื่องของความอ่อนแอหรือพฤติกรรมที่ทำได้ด้วยความตั้งใจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นภาวะที่เกี่ยวพันกับสมดุลทางอารมณ์และการตอบสนองต่อความเครียด การเข้าใจว่าเป็นปัญหาที่รักษาได้และเปิดใจรับแนวทางช่วยเหลือ ผู้ที่เผชิญกับอาการนี้ไม่จำเป็นต้องเผชิญคนเดียว มีวิธีการและแนวทางมากมายที่จะช่วยให้ลดพฤติกรรมและคืนความสบายใจให้กับชีวิตได้ค่ะ

เขียน/เรียบเรียง โดย: ClinicInsights.asia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *