ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
Thailand in the global cooperation arena

องค์การเภสัชกรรมแห่งประเทศไทย (GPO) ร่วมมือกับ DNDi และ Pharco เพื่อจดทะเบียนการรักษาโรคตับอักเสบซีที่มีประสิทธิภาพและราคาไม่แพง

วงการสาธารณสุขไทย องค์การเภสัชกรรมแห่งประเทศไทย (GPO) ได้ประกาศความร่วมมือกับสององค์กรพันธมิตรระดับนานาชาติ ได้แก่ Drugs for Neglected Diseases initiative (DNDi) และ Pharco Pharmaceuticals จากอียิปต์ เพื่อผลักดันแนวทางรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีที่ทั้งมีประสิทธิภาพและมีราคาที่เหมาะสมต่อการเข้าถึงของประชาชน

The goal of this cooperation

เป้าหมายของความร่วมมือครั้งนี้

ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายชัดเจน คือ การจดทะเบียนและกระจายยา “Ravidasvir ร่วมกับ Sofosbuvir” เป็นสูตรยาที่ใช้รักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง โดยเฉพาะในประเทศที่มีระบบสาธารณสุขกำลังพัฒนา โดย GPO จะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและกระจายยานี้ เพื่อให้สามารถส่งต่อโอกาสในการรักษาไปยังผู้ป่วยในประเทศไทยและภูมิภาคอื่นที่ยังเข้าไม่ถึงยาราคาเหมาะสม

รู้จัก Ravidasvir และ Sofosbuvir

ยา Ravidasvir (RDV) เป็นยาต้านไวรัสที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ร่วมกับ Sofosbuvir ซึ่งเดิมเป็นยาที่ใช้ในการรักษาไวรัสตับอักเสบซีอยู่แล้ว การใช้ร่วมกันของทั้งสองตัวนี้ได้รับการพิสูจน์ในหลายประเทศว่าให้ผลที่ดีในการกำจัดไวรัส โดยเฉพาะกลุ่มจีโนไทป์ 1, 2, 3, และ 6 ที่พบมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยด้วย การศึกษาทางคลินิกพบว่า เมื่อใช้สูตรยานี้ในระยะเวลาประมาณ 12 สัปดาห์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีระดับไวรัสลดลงจนตรวจไม่พบ ถือเป็นแนวทางที่ช่วยลดภาระโรค และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น ตับแข็ง หรือมะเร็งตับ

ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญกับประเทศไทย

ประเทศไทย มีผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบซีหลายแสนราย โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่อยู่ห่างไกลหรือขาดโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ การที่องค์การเภสัชกรรมเข้ามามีบทบาทในการผลิตและกระจายยาที่มีราคาย่อมเยาจึงถือว่าเป็นก้าวสำคัญ ที่ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนให้แก่ระบบสาธารณสุข แต่ยังช่วยชีวิตคนจำนวนมากที่เคยไม่มีทางเลือกนอกจากนี้ ความร่วมมือในครั้งนี้ยังสะท้อนภาพของการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเป้าหมายขององค์การอนามัยโลกที่ต้องการให้โลกปลอดจากไวรัสตับอักเสบซีภายในปี 2030

The importance of access to medicine

ความสำคัญของการเข้าถึงยา

เทคโนโลยีทางการแพทย์จะก้าวหน้าเพียงใด แต่หากยาไม่สามารถเข้าถึงได้ในวงกว้าง ก็เท่ากับว่ายังมีผู้ป่วยอีกจำนวนมากที่หลุดจากโอกาสในการรักษา DNDi เองก็เป็นองค์กรที่ทำงานในประเด็นนี้มายาวนาน โดยเน้นการพัฒนายาร่วมกับพันธมิตรในประเทศต่าง ๆ และถ่ายทอดความรู้เพื่อให้ประเทศเจ้าบ้านสามารถผลิตยาด้วยตนเองได้

Pharco กับบทบาทในโครงการ

Pharco จากประเทศอียิปต์ เป็นหนึ่งในผู้พัฒนายา Ravidasvir ที่สำคัญ และเป็นผู้ร่วมวิจัยกับ DNDi ตั้งแต่เริ่มต้น ในครั้งนี้ Pharco ได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับ GPO เพื่อให้ประเทศไทยสามารถผลิตยาในสูตรนี้ได้อย่างครบวงจร ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของการส่งต่อองค์ความรู้เพื่อสร้างระบบสุขภาพของประเทศ

คาดการณ์ผลกระทบเชิงบวกต่อระบบสุขภาพไทย

หากการจดทะเบียนยาเป็นไปอย่างราบรื่น และสามารถเริ่มกระจายได้จริงในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐ และเพิ่มอัตราการรักษาหายของผู้ป่วยได้เป็นจำนวนมาก “ประเทศไทยสามารถเป็นผู้ผลิตยาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยได้เอง” ไม่จำเป็นต้องพึ่งการนำเข้าเสมอไป ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในอนาคตเมื่อประเทศต้องรับมือกับโรคอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น

Thailand in the global cooperation arena

ประเทศไทยในเวทีความร่วมมือระดับโลก

โครงการนี้ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพขององค์การเภสัชกรรมในการร่วมงานกับองค์กรนานาชาติ และช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในด้านนโยบายสาธารณสุขที่มุ่งเน้น “การเข้าถึงยาอย่างเท่าเทียม” ซึ่งตรงกับเป้าหมายหลักของสหประชาชาติในประเด็นสุขภาพที่ทุกคนควรได้รับการดูแลอย่างเสมอภาค

ความหวังในการขจัดไวรัสตับอักเสบซี ออกจากระบบสาธารณสุขไทยเริ่มมีแสงสว่างมากขึ้นจากความร่วมมือในครั้งนี้ หากสามารถต่อยอดได้จริง ไม่เพียงช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ แต่ยังช่วยสร้างต้นแบบการพัฒนาระบบยาในประเทศให้เข้มแข็งมากขึ้นอีกด้วย

เขียน/เรียบเรียง โดย: ClinicInsights.asia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *