ทางเลือกใหม่เพื่อผู้ป่วยความดันโลหิตสูงกับนวัตกรรมคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ลดการใช้ยา
วงการแพทย์ 2026 การดูแลสุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรับ […]
องค์การอนามัยโลกออกรายงานเฝ้าระวังโรคระบาดฉบับล่าสุด เตือนภัยการกลับมาของไวรัสนิปาห์ ในภูมิภาคเอเชียใต้ หลังตรวจพบผู้ติดเชื้อยืนยันทั้งในประเทศอินเดียและบังกลาเทศในช่วงต้นปีที่ผ่านมา สร้างความกังวลแก่หน่วยงานสาธารณสุขเนื่องจากเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงและยังไม่มียารักษาเฉพาะเจาะจง

สารบัญเนื้อหา
Toggleสถานการณ์ในประเทศอินเดียมีความน่าเป็นห่วงในมิติของการแพร่เชื้อในสถานพยาบาล โดยกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการครอบครัวของอินเดีย ได้แจ้งต่อ WHO ว่าพบผู้ติดเชื้อยืนยัน 2 ราย ในรัฐเบงกอลตะวันตก (West Bengal) ทั้งคู่เป็น พยาบาลวิชาชีพ (หญิงและชาย อายุ 20-30 ปี) ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในเมืองบาราซาต (Barasat)
ประเทศบังกลาเทศ WHO ได้รับรายงานพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ในเขตราชชาฮี (Rajshahi Division) เป็นหญิงอายุระหว่าง 40-50 ปี ซึ่งมีประวัติการบริโภค “น้ำตาลสดดิบ” (Raw Date Palm Sap) ซึ่งเป็นพาหะนำโรคยอดนิยมของเชื้อนิปาห์ในฤดูกาลนี้
จากการสอบสวนโรคพบว่า ผู้เสียชีวิตเริ่มมีอาการไข้ ปวดศีรษะ กล้ามเนื้อเกร็ง และอาเจียน ก่อนจะทรุดหนักจนเกิดอาการสับสน ชัก และเสียชีวิตลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วันหลังเข้ารับการรักษา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของโรคที่ทำลายระบบประสาทและสมอง

ไวรัสนิปาห์ถือเป็นโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คน (Zoonotic Disease) ที่อันตรายที่สุดชนิดหนึ่ง โดยมี “ค้างคาวผลไม้” เป็นพาหะตามธรรมชาติ เชื้อสามารถติดต่อสู่คนได้ผ่านการกินผลไม้หรือน้ำหวานที่ปนเปื้อนน้ำลาย/ปัสสาวะค้างคาว หรือติดต่อจากคนสู่คนผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง
WHO ย้ำว่าปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาให้หายขาด ทำได้เพียงรักษาตามอาการเท่านั้น โดยโรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 40-75% จึงขอเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำตาลสดดิบ ล้างผลไม้ให้สะอาด และบุคลากรทางการแพทย์ต้องเข้มงวดเรื่องมาตรการป้องกันการติดเชื้อ
องค์การอนามัยโลกรายงานสถานการณ์ไวรัสนิปาห์ระบาดระลอกใหม่ในเอเชียใต้ พบพยาบาลในอินเดียติดเชื้อ 2 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1 รายในบังกลาเทศจากการดื่มน้ำตาลสดดิบปนเปื้อนเชื้อ โดยโรคนี้มีความรุนแรงสูงทำลายระบบประสาทและยังไม่มียารักษา จึงเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการบริโภคผลไม้หรือน้ำหวานดิบที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนจากค้างคาว
แหล่งอ้างอิง World Health Organization
เขียน/เรียบเรียง โดย: ClinicInsights.asia
วงการแพทย์ 2026 การดูแลสุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรับ […]
นับเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญของวงการวิจัยระดับโลกเมื่อคณะผ […]
องค์การอนามัยโลก (WHO) พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายระดับนานาช […]
นวัตกรรมทางการแพทย์ที่กำลังถูกจับตามองอย่างมากในขณะนี้ค […]
รัฐบาลจีนยังคงเดินหน้าเขย่าวงการสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง […]
สร้างความฮือฮาและประทับใจให้กับวงการแพทย์ลุ่มน้ำโขง เมื […]
รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ ประกาศปรับขึ้นค […]
วงการแพทย์ระดับภูมิภาค ชื่อของ Subang Jaya Medical Cent […]
วงการแพทย์ในภูมิภาคเอเชียกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่าน […]