ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
Siriraj Hospital joins hands with MIT to launch a second-year hackathon using AI to create innovations in chronic disease and mental health care.

ศิริราช จับมือ MIT เปิด Hackathon ปี 2 ใช้ AI สร้างนวัตกรรมดูแลโรคเรื้อรังและสุขภาพจิต

การแพทย์ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยแพทย์และบุคลากรด้านสุขภาพเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยพลังจากเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะ AI (Artificial Intelligence) ที่เข้ามามีบทบาทอย่างกว้างขวางทั้งในด้านการวินิจฉัย การรักษา และการบริหารจัดการระบบสุขภาพ ล่าสุด โรงพยาบาลศิริราชได้ประกาศความร่วมมือกับ MIT Hacking Medicine เปิดตัวกิจกรรม Hackathon ปีที่ 2 โดยมุ่งเน้นการใช้ AI เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยดูแล โรคเรื้อรัง และ สุขภาพจิต เป็นสองประเด็นใหญ่ที่ท้าทายวงการแพทย์

What is a hackathon and why is it important?

Hackathon คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

Hackathon เป็นกิจกรรมที่นักพัฒนา และผู้สนใจจากหลากหลายสาขามารวมตัวกัน เพื่อร่วมกัน “ระดมสมอง” และพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมในระยะเวลาอันสั้น โดยใช้ความรู้ เทคโนโลยี และการคิดเชิงสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน สำหรับวงการแพทย์ Hackathon มีความสำคัญเพราะสามารถดึงความรู้จากหลายศาสตร์มาผสมผสาน ทั้งการแพทย์ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ข้อมูล ไปจนถึงผู้มีประสบการณ์ตรงอย่างผู้ป่วยและผู้ดูแล จึงทำให้ได้มุมมองใหม่ ๆ ที่อาจนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างตรงจุด

ทำไมต้อง “โรคเรื้อรัง” และ “สุขภาพจิต”

  1. โรคเรื้อรัง 

เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็ง โรคหัวใจ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักของคนทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย การจัดการโรคเหล่านี้ต้องการการติดตามต่อเนื่อง การปรับพฤติกรรม และการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่แม่นยำ AI จึงมีศักยภาพสูงในการช่วยคาดการณ์ความเสี่ยงและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

  1. สุขภาพจิต 

โรคซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล และโรคแพนิคเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง AI สามารถเข้ามาช่วยในการคัดกรองอาการเบื้องต้น วิเคราะห์พฤติกรรม หรือแม้กระทั่งพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อช่วยให้การบำบัดเข้าถึงง่ายขึ้น

Collaboration between Siriraj and MIT

ความร่วมมือระหว่างศิริราชและ MIT

โรงพยาบาลศิริราช เป็นสถาบันการแพทย์ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ขณะที่ MIT Hacking Medicine มีชื่อเสียงด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมสุขภาพและการจัด Hackathon ระดับโลก การจับมือครั้งนี้จึงเป็นการผสานจุดแข็งระหว่าง องค์ความรู้ทางการแพทย์ และ ศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ปีที่แล้ว Hackathon รุ่นแรกประสบความสำเร็จอย่างมาก มีทีมเข้าร่วมหลายสิบทีม และผลงานบางส่วนสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเป็นโครงการจริง ปีนี้ความร่วมมือยังคงเดินหน้าต่อ โดยเน้นไปที่การใช้ AI ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีของปัจจุบัน

คาดหวังผลลัพธ์อะไรจาก Hackathon ปี 2

  1. นวัตกรรมต้นแบบใหม่ ๆ 

เช่น แอปพลิเคชันที่ช่วยผู้ป่วยโรคเรื้อรังติดตามอาการอย่างแม่นยำ หรือแพลตฟอร์มที่ใช้ AI วิเคราะห์ความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต

  1. เครือข่ายนักนวัตกรรมสุขภาพ 

ที่ประกอบไปด้วยแพทย์ วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และสตาร์ทอัพ เพื่อผลักดันผลงานให้ก้าวสู่การใช้งานจริง

  1. การสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนและสตาร์ทอัพไทย 

กล้าที่จะคิดและพัฒนานวัตกรรมสุขภาพโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

  1. ต้นแบบโครงการที่สามารถนำไปขยายผล 

เช่น ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ หรือร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อผลิตเชิงพาณิชย์

How can AI help?

AI จะเข้ามาช่วยได้อย่างไร

  • ด้านโรคเรื้อรัง AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพจาก Wearable Devices เช่น สมาร์ตวอทช์ เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยงล่วงหน้า
  • ด้านสุขภาพจิต AI ช่วยประเมินระดับความเครียดจากการใช้โซเชียลมีเดีย หรือช่วยแพทย์เก็บข้อมูลการพูดคุยเพื่อวิเคราะห์อาการ
  • ด้านการวิจัย AI ลดเวลาในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ที่มีจำนวนมาก ทำให้นักวิจัยสามารถหาคำตอบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ความร่วมมือระหว่าง โรงพยาบาลศิริราชและ MIT Hacking Medicine ในการจัด Hackathon ปีที่ 2 ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงกิจกรรมแข่งขัน แต่เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ความคิดสร้างสรรค์ถูกต่อยอดสู่การใช้งานจริง โดยเฉพาะการใช้ AI ที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกการแพทย์อย่างก้าวกระโดด การมุ่งเน้นไปที่ โรคเรื้อรัง และ สุขภาพจิต แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในปัญหาสาธารณสุข ของสังคมไทยและเอเชีย หากนวัตกรรมที่เกิดขึ้นสามารถนำไปพัฒนาต่อได้จริง ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คน และขับเคลื่อนวงการแพทย์ไทยให้ก้าวไกลในระดับนานาชาติ

เขียน/เรียบเรียง โดย: ClinicInsights.asia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *