ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
ซึมเศร้า เช็กอาการ...ป่วยจริงหรือแค่คิดไปเอง

ซึมเศร้า เช็คอาการว่าป่วยจริงหรือแค่คิดไปเอง

 คุณเคยไหมครับ ที่นั่งถามตัวเองในใจว่า…เรากำลังเป็นโรคซึมเศร้าจริง ๆ หรือแค่คิดมากไปเอง?” 🤔 เพราะในทุกวันนี้ คำว่า “ซึมเศร้า” ถูกพูดถึงบ่อยมาก ทั้งในข่าว โซเชียล และบทสนทนารอบตัว

จนหลายคนสับสนว่าอาการที่ตัวเองเผชิญอยู่นั้น คือ ความเศร้าปกติ ที่ใคร ๆ ก็เจอได้ หรือคือ โรคซึมเศร้า (Depression) ที่ควรได้รับการรักษาจริง ๆ วันนี้เรามาลองเช็กกันครับ ว่า “ซึมเศร้า”แตกต่างจาก “คิดมากไปเอง” อย่างไร และเราควรดูแลตัวเองแบบไหน

ความแตกต่างระหว่าง ‘เศร้า’ กับ ‘ซึมเศร้า’

เศร้า (Sadness)

เป็นอารมณ์ปกติของมนุษย์ เกิดจากเหตุการณ์บางอย่าง เช่น ผิดหวัง เสียใจ สูญเสีย ความเศร้ามักจะอยู่กับเราไม่นาน แล้วค่อย ๆ จางหายไปเมื่อเวลาและสถานการณ์เปลี่ยน แม้จะเศร้า แต่ยังมีความสุขกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง หรือคุยกับเพื่อน

ซึมเศร้า (Depression)

ไม่ใช่อารมณ์ชั่วคราว แต่คือโรคทางจิตเวชที่เกี่ยวข้องกับสมองและสารสื่อประสาท  ความเศร้าและหดหู่จะอยู่กับเรา เกิน 2 สัปดาห์ต่อเนื่องไม่ใช่แค่เสียใจ แต่จะรู้สึกหมดพลัง เบื่อหน่ายสิ่งที่เคยชอบ และไม่มีแรงจูงใจจะใช้ชีวิต

อาการของโรคซึมเศร้าที่พบบ่อย

  •  รู้สึกเศร้า หดหู่ ว่างเปล่าเกือบทุกวัน
  •  หมดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบหรือเคยทำแล้วสนุก
  •  รู้สึกเหนื่อย ไม่มีแรง แม้จะพักผ่อนเพียงพอ
  •  นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป
  •  เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือบางรายกลับกินเยอะผิดปกติ
  •  รู้สึกตัวเองไร้ค่า โทษตัวเองบ่อย
  •  ไม่มีสมาธิ คิดช้า ตัดสินใจลำบาก
  •  มีความคิดอยากตายหรือทำร้ายตัวเอง

ลองสังเกตตัวเองดูครับ ว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่ ถ้าอาการเหล่านี้เกิดขึ้น ต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ และกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น งาน การเรียนความสัมพันธ์ นั่นอาจเป็นโรคซึมเศร้า ไม่ใช่แค่คิดไปเองแล้วครับ

สมองกับโรคซึมเศร้า

ซึมเศร้าไม่ได้เกิดเพราะเรา “อ่อนไหว” หรือ “คิดมาก” แต่เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งทางชีวภาพ จิตใจ และสิ่งแวดล้อม

สารสื่อประสาทไม่สมดุล

 สมองของผู้ป่วยซึมเศร้ามักมีความผิดปกติของสารเคมีเช่น เซโรโทนิน (Serotonin) โดพามีน (Dopamine) และนอร์อิพิเนฟริน (Norepinephrine) ซึ่งควบคุมอารมณ์และแรงจูงใจ

กรรมพันธุ์

 ถ้าในครอบครัวมีคนเป็นโรคซึมเศร้า ความเสี่ยงของเราจะสูงขึ้น

ประสบการณ์ชีวิต 

การสูญเสียคนรัก การหย่าร้าง การถูกทำร้าย หรือความล้มเหลวใหญ่ ๆ อาจเป็นตัวกระตุ้น

ความเครียดสะสม 

การทำงานหนัก หนี้สิน ปัญหาครอบครัว ทำให้สมองทำงานหนักจนสมดุลเสียไป นี่คือเหตุผลว่าทำไม “อย่าคิดมากสิ” หรือ “ทำใจบ้าง”ถึงไม่สามารถรักษาโรคซึมเศร้าได้ เพราะมันไม่ใช่แค่การคิด แต่เป็นโรคทางสมองจริง ๆ

ผลกระทบของโรคซึมเศร้า

  1.  ด้านร่างกาย ปวดหัวเรื้อรัง ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย
  2.  ด้านจิตใจ หมดแรงบันดาลใจ ไม่เห็นคุณค่าตัวเอง
  3.  ด้านการทำงาน/การเรียน ขาดสมาธิ ผลงานตกลง มีปัญหาการตัดสินใจ
  4.  ด้านความสัมพันธ์ แยกตัวจากเพื่อนและครอบครัว ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและความเหินห่าง
  5.  ด้านคุณภาพชีวิต บางคนถึงขั้นรู้สึกว่าชีวิตไม่มีความหมาย และคิดอยากยุติชีวิตตัวเอง

 วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อสงสัยว่าเป็นซึมเศร้า

  1.  ยอมรับความรู้สึก บอกตัวเองว่า “เราไม่ผิดที่รู้สึกแบบนี้”
  2.  พูดคุยกับใครสักคน อาจเป็นเพื่อน คนในครอบครัว หรือคนรัก
  3.  ทำกิจกรรมเล็ก ๆ ที่ช่วยผ่อนคลาย ฟังเพลง ดูหนัง ทำอาหาร เดินเล่น
  4.  จดบันทึกความรู้สึก การเขียนช่วยให้เราเข้าใจตัวเองชัดขึ้น
  5.  ดูแลร่างกาย พักผ่อนให้พอ ออกกำลังกายเบา ๆ และกินอาหารที่ดี
  6.  หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติด สิ่งเหล่านี้ทำให้อาการแย่ลง

การรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ

หากอาการไม่ดีขึ้นด้วยตัวเอง ควรเข้ารับการดูแลจากแพทย์หรือนักบำบัด เพราะการรักษาโรคซึมเศร้ามีหลายทางเลือกที่ได้ผล

  •  การบำบัดพฤติกรรมและความคิด (CBT) ช่วยปรับความคิดด้านลบและฝึกการรับมือกับอารมณ์
  •  การทำจิตบำบัดรายบุคคลหรือกลุ่ม  ได้แชร์ประสบการณ์และรู้ว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว
  •  การใช้ยา  แพทย์อาจให้ยาต้านซึมเศร้าเพื่อปรับสมดุลสารเคมีในสมอง
  •  การรักษาร่วมกัน  บางคนได้ผลดีจากการบำบัดควบคู่กับยา

 กรณีจำลอง

“กานต์” พนักงานออฟฟิศวัย 30 ปี เคยเป็นคนร่าเริง สนุกกับการเที่ยวและทำงาน แต่ช่วงหลังเขารู้สึกหมดแรง แม้จะนอนเต็มที่ก็ยังไม่สดชื่น งานที่เคยทำได้กลับมีข้อผิดพลาด เขาเริ่มไม่อยากเจอเพื่อน และคิดว่าตัวเองไร้ค่า

กานต์พยายามบอกตัวเองว่า “คงคิดมากไปเอง” แต่พออาการยืดเยื้อนานหลายเดือน เขาตัดสินใจไปพบจิตแพทย์ และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า เมื่อเริ่มเข้ารับการบำบัดและใช้ยา อาการก็ค่อย ๆ ดีขึ้น จนกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติอีกครั้ง

สรุป  ซึมเศร้าไม่ใช่เรื่องเล็กและไม่ใช่เพียงการ “คิดมาก”

อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่มันคือโรคทางสมองที่ต้องการการดูแลอย่างจริงจัง การเช็กอาการและเปิดใจยอมรับคือก้าวแรกที่สำคัญที่สุด ถ้าคุณกำลังสงสัยว่าตัวเองอาจป่วย อย่าปล่อยให้คำถามว่า “เราคิดไปเองหรือเปล่า” ทำให้คุณชะลอการขอความช่วยเหลือ เพราะ สุขภาพใจสำคัญพอ ๆ กับสุขภาพกาย และคุณไม่จำเป็นต้องเผชิญกับมันเพียงลำพัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *