ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
มะเร็งกระเพาะอาหาร เช็กพฤติกรรมการกิน ที่อาจเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว

มะเร็งกระเพาะอาหาร เช็กพฤติกรรมการกิน ที่อาจเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว

มะเร็งกระเพาะอาหารเป็น โรคมะเร็งที่มักไม่แสดงอาการชัดในระยะเริ่มต้น ทำให้หลายคนรู้ตัวเมื่อโรคลุกลามจนรักษาได้ยาก ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่มาจาก พฤติกรรมการกิน ที่คุ้นชินในชีวิตประจำวัน อาหารบางอย่าง วิธีการปรุง หรือความถี่ในการรับประทาน ล้วนมีผลต่อเยื่อบุในกระเพาะอาหาร และอาจนำไปสู่การอักเสบเรื้อรังหรือพัฒนากลายเป็นมะเร็งในอนาคตโดยไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาไปดูว่าพฤติกรรมแบบไหนที่อาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร พร้อมคำแนะนำเพื่อปรับพฤติกรรมให้ปลอดภัยขึ้น

มะเร็งกระเพาะอาหาร คืออะไร

มะเร็งกระเพาะอาหาร คืออะไร

มะเร็งกระเพาะอาหารเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุด้านในกระเพาะอาหารจนกลายเป็นเซลล์ผิดปกติ และแบ่งตัวอย่างควบคุมไม่ได้ สามารถลุกลามไปยังผนังกระเพาะอาหารชั้นลึก หรือแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นได้

ชนิดที่พบบ่อยที่สุดคือ Adenocarcinoma ซึ่งเกิดจากเซลล์เยื่อบุชั้นในสุดของกระเพาะอาหาร และมักเกี่ยวข้องกับการอักเสบเรื้อรัง เช่น จากเชื้อ Helicobacter pylori หรือพฤติกรรมที่ทำร้ายเยื่อบุเป็นเวลานาน

การกินที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร

การกินที่เพิ่มความเสี่ยง

  • รับประทานอาหารดองเค็ม อาหารแปรรูป หรืออาหารรมควันบ่อยเกินไป

อาหารประเภทปลาร้า ไข่เค็ม ปลาเค็ม แหนม ไส้กรอก เบคอน หรือเนื้อรมควัน มีปริมาณ ไนไตรต์ (Nitrite) และ สารก่อกลายพันธุ์ ที่เมื่อสะสมในปริมาณมากอาจเปลี่ยนแปลงเซลล์เยื่อบุของกระเพาะอาหาร

  • ทานอาหารเผ็ดจัดหรือร้อนจัดเป็นประจำ

อาหารที่มีอุณหภูมิสูงเกินไปหรือเผ็ดมากอาจกระตุ้นให้เยื่อบุกระเพาะอักเสบเรื้อรัง และเมื่อมีการซ่อมแซมเนื้อเยื่อซ้ำซาก โอกาสการกลายพันธุ์ของเซลล์ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

  • เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด หรือรับประทานเร็วเกินไป

การกินเร็วและไม่เคี้ยวให้ละเอียดทำให้กระเพาะต้องทำงานหนักมากขึ้น เกิดแรงกดดันกับผนังกระเพาะ และอาจส่งผลให้เกิดการอักเสบได้โดยไม่รู้ตัว

  • งดมื้ออาหารบ่อย หรืออดอาหารจนแสบท้อง

ผู้ที่ปล่อยให้กระเพาะว่างนานเกินไปมีแนวโน้มจะเกิดกรดเกินและเยื่อบุเสียหาย การอักเสบซ้ำซ้อนอาจกลายเป็นพื้นฐานของมะเร็งในระยะยาว

  • ติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่

แอลกอฮอล์และสารเคมีในบุหรี่ทำให้ผนังกระเพาะระคายเคือง เกิดแผลเรื้อรัง และเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่ดื่มและสูบร่วมกัน

อาการที่ควรระวัง

  • จุกแน่นท้อง รู้สึกอิ่มเร็ว
  • ปวดท้องเรื้อรังบริเวณลิ้นปี่
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
  • อาเจียนหรือถ่ายดำ หากมีเลือดออกในกระเพาะ
  • เหนื่อยง่าย ซีดจากภาวะเลือดจาง
การตรวจคัดกรองและวินิจฉัยมะเร็งกระเพาะอาหาร

การตรวจคัดกรองและวินิจฉัยมะเร็งกระเพาะอาหาร

  • การส่องกล้องกระเพาะอาหาร (Gastroscopy) พร้อมตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจ
  • ตรวจเลือดหาค่าความเสี่ยง หรือการติดเชื้อ H. pylori
  • CT scan ในกรณีสงสัยโรคแพร่กระจาย

แนวทางการรักษามะเร็งกระเพาะอาหารเบื้องต้น

  • ผ่าตัดกระเพาะอาหารบางส่วนหรือทั้งหมด หากตรวจพบในระยะเริ่มต้น
  • เคมีบำบัด ใช้ร่วมกับการผ่าตัดหรือในกรณีโรคลุกลาม
  • Targeted Therapy เช่น Trastuzumab (ในกลุ่มที่ตรวจพบ HER2+)
    Immunotherapy ในกลุ่มที่ตอบสนองดี เช่น Pembrolizumab ในระยะลุกลามบางราย

ปรับพฤติกรรมการกินเพื่อป้องกัน

  • รับประทานผักผลไม้สด หลีกเลี่ยงของทอดบ่อย
  • หมั่นตรวจสุขภาพและส่องกล้องหากมีประวัติครอบครัว
    เลิกบุหรี่ งดแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยากลุ่ม NSAIDs ติดต่อกันโดยไม่จำเป็น

พฤติกรรมที่ดูเหมือนไม่อันตราย เช่น การทานอาหารแปรรูปเป็นประจำ หรือดื่มแอลกอฮอล์บ่อย อาจเป็นปัจจัยที่ทำร้ายกระเพาะอาหารอย่างต่อเนื่องและเปิดทางให้มะเร็งกระเพาะอาหารก่อตัวขึ้นโดยไม่รู้ตัว การปรับพฤติกรรมการกิน การสังเกตอาการผิดปกติ และเข้ารับการตรวจคัดกรองเมื่อตรงกับปัจจัยเสี่ยง เป็นทางเลือกสำคัญที่ช่วยลดโอกาสเกิดโรคนี้ในระยะยาว
เขียน/เรียบเรียงโดย: ClinicInsights.asia

ข้อมูลอ้างอิง

  • World Health Organization (WHO)
  • National Cancer Institute – Gastric Cancer
  • American Cancer Society – Stomach Cancer Prevention
  • The Lancet Oncology – “Global burden and trends of stomach cancer” (2022)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *