ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
เมื่ออาการคล้ายหวัด อาจเป็นสัญญาณเตือนมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

เมื่ออาการคล้ายหวัด อาจเป็นสัญญาณเตือนมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

อาการป่วยทั่วไปอย่างเจ็บคอ มีไข้ ไอเรื้อรัง หรือรู้สึกเหนื่อยง่าย มักถูกมองว่าเป็นแค่หวัดหรือภูมิแพ้ธรรมดา แต่ในบางกรณีที่อาการเหล่านี้ไม่หายขาดหรือมีลักษณะเรื้อรังนานเกินควร อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะหากมีอาการร่วมกับต่อมน้ำเหลืองโตที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบ อาการที่ดูคล้ายหวัดจึงอาจเป็นสัญญาณแรกของ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หนึ่งในโรคที่ถูกวินิจฉัยได้ช้าหากไม่ใส่ใจความผิดปกติเล็กน้อยของร่างกาย

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองคืออะไร

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองคืออะไร

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน ร่างกายจะมีต่อมน้ำเหลืองกระจายอยู่ตามร่างกาย เช่น คอ รักแร้ ขาหนีบ ช่องท้อง เมื่อเซลล์ลิมโฟไซต์กลายพันธุ์ มันจะเพิ่มจำนวนอย่างควบคุมไม่ได้ จนกลายเป็นก้อนหรือมวลเนื้อในต่อมน้ำเหลือง

โรคนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักโดยชนิด Non-Hodgkin พบมากกว่า และหลากหลายกว่า ทั้งในระดับความรุนแรง การตอบสนองต่อการรักษา และการพัฒนาโรค

Hodgkin lymphoma 

ความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ โดยเฉพาะในระบบน้ำเหลืองซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันของร่างกาย จุดที่ใช้แยกโรคนี้ออกจากชนิดอื่น คือการพบ เซลล์ผิดปกติที่เรียกว่า Reed–Sternberg cells ใต้กล้องจุลทรรศน์

ลักษณะของโรค Hodgkin lymphoma 

มักเริ่มที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ รักแร้ หรือช่องอก ต่อมน้ำเหลืองจะโตขึ้นแบบไม่เจ็บ ผู้ป่วยอาจมีไข้ต่ำ เหงื่อออกกลางคืน น้ำหนักลด และเหนื่อยง่าย ในบางกรณีมีอาการคันตามตัวหรือเจ็บหน้าอกร่วมด้วย


Hodgkin lymphoma พบบ่อยในกลุ่มไหนบ้าง

  • กลุ่มอายุ 15–30 ปี และอีกช่วงหนึ่งคืออายุเกิน 55 ปี
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV
  • ผู้ที่เคยติดเชื้อไวรัส Epstein–Barr (EBV)
  • มีประวัติโรคในครอบครัว

การรักษา Hodgkin lymphoma

  • เคมีบำบัด (เช่นสูตร ABVD  Adriamycin, Bleomycin, Vinblastine, Dacarbazine)
  • การฉายแสง ในกรณีที่มีก้อนจำกัดเฉพาะจุด
  • ในรายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษา อาจจะต้องปลูกถ่ายไขกระดูก

Non-Hodgkin lymphoma

กลุ่มของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่เกิดจาก ความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ โดยเฉพาะชนิด B-cell หรือ T-cell ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โรคนี้เกิดขึ้นเมื่อเซลล์ลิมโฟไซต์มีการแบ่งตัวและเติบโตแบบไม่สามารถควบคุมได้ จนกลายเป็นก้อนมะเร็งที่มักเริ่มต้นในต่อมน้ำเหลือง แต่สามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นได้ เช่น ม้าม ไขกระดูก หรือตับ

ลักษณะของโรค Non-Hodgkin lymphoma

เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยในกลุ่มมะเร็งระบบเลือด มักพบในผู้ใหญ่ช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป แต่อาจพบในคนอายุน้อยได้เช่นกัน มีหลากหลายชนิดย่อย ซึ่งแตกต่างกันทั้งในแง่ความรุนแรง อัตราการเจริญเติบโต และการตอบสนองต่อการรักษา

อาการที่พบได้บ่อยของ Non-Hodgkin lymphoma

  • ต่อมน้ำเหลืองโต ไม่เจ็บ มักพบที่คอ รักแร้ ขาหนีบ
  • ไข้เรื้อรัง เหงื่อออกตอนกลางคืน น้ำหนักลด
  • รู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
  • อาการเฉพาะที่ตามตำแหน่งที่มะเร็งลุกลาม เช่น แน่นหน้าอก ไอ หายใจลำบาก หากเกิดที่ทรวงอก


มะเร็งต่อมน้ำเหลืองอาการเริ่มต้นที่คล้ายหวัด

ผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองมักเริ่มต้นด้วยอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง ซึ่งอาจทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นแค่หวัดหรือภูมิแพ้ โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ยังไม่มีการโตของต่อมน้ำเหลืองอย่างชัดเจน

  • มีไข้ต่ำ ๆ เรื้อรัง โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
  • เหงื่อออกตอนกลางคืน
  • รู้สึกอ่อนเพลียง่าย
  • น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
  • ต่อมน้ำเหลืองโต ไม่เจ็บเมื่อคลำ
  • ไอเรื้อรัง เจ็บหน้าอก หรือหายใจลำบาก (หากต่อมน้ำเหลืองในทรวงอกโต)
ตรวจพบมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้อย่างไร

ตรวจพบมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้อย่างไร

การวินิจฉัยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองต้องอาศัยหลายขั้นตอน โดยเฉพาะการตรวจชิ้นเนื้อ ซึ่งเป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด

  • ตรวจร่างกายและคลำหาต่อมน้ำเหลืองโต
  • ตรวจเลือดดูค่าการอักเสบ ค่าภูมิคุ้มกัน
  • เอกซเรย์ / CT scan / PET scan เพื่อดูตำแหน่งและขนาดของก้อน
  • เจาะชิ้นเนื้อต่อมน้ำเหลืองที่โตส่งตรวจทางพยาธิ
  • ในบางรายอาจต้องเจาะไขกระดูกเพื่อดูการกระจายของโรค

แนวทางรักษาเบื้องต้น

การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรค โดยแนวทางหลักประกอบด้วย

  • เคมีบำบัด เช่น R-CHOP, ABVD (ขึ้นอยู่กับชนิดของโรค)
  • การฉายแสง ใช้ในบางรายที่มีก้อนเฉพาะจุด
  • การปลูกถ่ายไขกระดูก ในกรณีที่โรคไม่ตอบสนองต่อเคมีบำบัด
  • ยากลุ่ม targeted therapy หรือ immunotherapy เช่น
    • Rituximab (ยาในกลุ่มโมโนโคลนอลแอนติบอดี สำหรับ B-cell lymphoma)
    • Brentuximab vedotin (ใช้ใน Hodgkin lymphoma)
การเฝ้าระวังและตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเบื้องต้น

แนวทางการเฝ้าระวังและตรวจคัดกรองเบื้องต้น

ปัจจุบันยังไม่มีโปรแกรมตรวจคัดกรองเฉพาะสำหรับมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในคนทั่วไป แต่การใส่ใจอาการผิดปกติ เช่น ไข้เรื้อรัง เหนื่อยง่าย หรือคลำพบก้อนผิดปกติ ควรได้รับการตรวจโดยแพทย์ทันที โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เคยติดเชื้อไวรัสบางชนิด หรือมีประวัติมะเร็งในครอบครัว

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองอาจเริ่มต้นด้วยอาการที่ดูเหมือนไม่รุนแรง เช่น ไข้ต่ำ เหนื่อยง่าย หรือคล้ายหวัดเรื้อรัง แต่หากอาการเหล่านั้นไม่หายและเกิดร่วมกับต่อมน้ำเหลืองโตโดยไม่เจ็บ อาจเป็นสัญญาณแรกของโรคที่ต้องใส่ใจ การตรวจพบเร็วและรักษาตามแนวทางที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มโอกาสในการหายขาดและใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ
เขียน/เรียบเรียงโดย: ClinicInsights.asia

ข้อมูลอ้างอิง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *