ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
มะเร็งรังไข่กับอาการเงียบๆ ที่ควรสังเกตุด้วยตัวเอง

มะเร็งรังไข่กับอาการเงียบๆ ที่ควรสังเกตุด้วยตัวเอง

มะเร็งรังไข่เป็นโรคที่หลายคนไม่รู้ตัวว่ามีอยู่ เพราะในช่วงแรกของโรคมักไม่แสดงอาการ หรืออาจแสดงอาการเพียงเล็กน้อยจนเผลอมองข้ามไป หลายเคสพบโรคเมื่อเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว ทำให้การรักษายากขึ้น การรู้จักอาการเบื้องต้นและการตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้หญิงทุกคนควรให้ความใส่ใจ

อาการที่อาจบ่งบอกถึงมะเร็งรังไข่

อาการที่อาจบ่งบอกถึงมะเร็งรังไข่

อาการของมะเร็งรังไข่ในระยะแรกมักคล้ายกับปัญหาระบบทางเดินอาหารทั่วไป หากอาการเหล่านี้เป็นต่อเนื่องนานเกิน 2–3 สัปดาห์ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน

  • ท้องอืด แน่นท้อง หรือรู้สึกว่ากินนิดเดียวก็อิ่ม
  • ปวดท้องน้อยเรื้อรัง โดยเฉพาะข้างใดข้างหนึ่ง
  • ปัสสาวะบ่อย หรือรู้สึกปวดปัสสาวะตลอดเวลา
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ประจำเดือนผิดปกติ หรือเลือดออกจากช่องคลอดโดยไม่ทราบสาเหตุ

ตรวจคัดกรองมะเร็งรังไข่ ทำได้อย่างไร และเริ่มเมื่อไร

ต่างจากมะเร็งปากมดลูกที่มีการตรวจคัดกรองที่แน่นอน มะเร็งรังไข่ยังไม่มีโปรแกรมคัดกรองอย่างเป็นทางการในคนทั่วไป แต่มีการตรวจที่ช่วยประเมินความเสี่ยง แนะนำผู้หญิงที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง หรือมีอาการผิดปกติที่กล่าวมาเข้ารับการตรวจเมื่ออายุ 35–40 ปีขึ้นไป หรือเร็วกว่า หากมีความเสี่ยงสูง

  • อัลตราซาวด์ทางช่องคลอด (Transvaginal ultrasound – TVS) ใช้ตรวจดูรูปร่างและขนาดของรังไข่ เพื่อหาก้อนผิดปกติ
  • ตรวจเลือด CA-125 เป็นสารที่อาจเพิ่มขึ้นในมะเร็งรังไข่บางชนิด แต่ไม่เฉพาะเจาะจงนัก เพราะอาจเพิ่มจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน
  • ตรวจยีน BRCA1/BRCA2 สำหรับผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งรังไข่หรือเต้านม การตรวจยีนสามารถช่วยประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าได้
แนวทางการรักษา และชื่อยาที่ใช้ในการรักษามะเร็งรังไข่

แนวทางการรักษา และชื่อยาที่ใช้ในการรักษามะเร็งรังไข่

แนวทางการรักษามักประกอบด้วยการผ่าตัดและเคมีบำบัด โดยมีการเลือกใช้ยาตามระยะและชนิดของมะเร็ง แนวทางรักษาจะขึ้นกับระยะโรคและสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย โดยเป้าหมายหลักคือการลดขนาดก้อนมะเร็งและควบคุมการแพร่กระจายของโรค

  • Carboplatin / Cisplatin เป็นยาหลักในกลุ่ม platinum-based chemotherapy ที่ใช้ทำลายเซลล์มะเร็ง
  • Paclitaxel ใช้ร่วมกับ platinum drugs เพื่อเสริมฤทธิ์การรักษา
  • Bevacizumab ยาแบบ targeted therapy ที่ตัดเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงก้อนมะเร็ง มักใช้ในระยะลุกลาม
  • Olaparib / Niraparib เป็นยากลุ่ม PARP inhibitors ที่ใช้ในผู้ป่วยที่มีการกลายพันธุ์ของยีน BRCA ซึ่งช่วยยับยั้งการซ่อมแซม DNA ของเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์ตาย

การดูแลหลังการรักษา และติดตามอาการ

หลังรักษาแล้ว แพทย์จะนัดติดตามเป็นระยะ เช่น ตรวจเลือด CA-125 ซ้ำ, อัลตราซาวด์ หรือ CT scan เพื่อตรวจหาการกลับมาเป็นซ้ำของโรค การดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจในระยะฟื้นตัวก็สำคัญ

  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • หมั่นออกกำลังกายเบา ๆ ตามความเหมาะสม
  • เข้าร่วมกลุ่มพูดคุยหรือปรึกษาจิตแพทย์หากรู้สึกกังวลใจมาก

มะเร็งรังไข่ไม่ใช่โรคที่ควรละเลย เพราะถึงแม้อาการจะเงียบ แต่ร่างกายเราก็มีวิธีบอกอยู่เสมอ หากรู้สึกผิดปกติ ควรให้แพทย์ช่วยตรวจอย่างละเอียด การรู้เท่าทันอาการ การตรวจเช็กที่เหมาะสม และการรู้จักชื่อยาหรือแนวทางการรักษา จะช่วยให้เรารับมือกับโรคนี้ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

เขียน/เรียบเรียง โดย: ClinicInsights.asia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *