ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
มะเร็งเต้านมไม่ได้น่ากลัว ถ้ารู้จักร่างกายตัวเองให้ดี

มะเร็งเต้านมไม่ได้น่ากลัว ถ้ารู้จักร่างกายตัวเองให้ดี

มะเร็งเต้านม เป็นหนึ่งในโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิงมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แต่แท้จริงแล้ว ความน่ากลัวของโรคนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวโรคเสมอไป แต่อยู่ที่การละเลยไม่รู้จักร่างกายตัวเอง ปล่อยให้สัญญาณเตือนเล็ก ๆ ผ่านไปโดยไม่ใส่ใจ และทำให้มะเร็งถูกพบในระยะที่รักษายากกว่าเดิม

รู้จักมะเร็งเต้านมในภาพรวม

รู้จักมะเร็งเต้านมในภาพรวม

มะเร็งเต้านมคือภาวะที่เซลล์ในเนื้อเยื่อเต้านมแบ่งตัวผิดปกติจนกลายเป็นเนื้องอก และอาจลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองหรืออวัยวะอื่น ๆ ได้ โรคนี้สามารถเกิดได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย แม้ในผู้ชายจะพบได้น้อยกว่ามากก็ตาม โดยทั่วไป มะเร็งเต้านมสามารถแบ่งได้หลายชนิด เช่น Ductal carcinoma (มะเร็งที่เริ่มในท่อน้ำนม) หรือ Lobular carcinoma (เริ่มในต่อมน้ำนม) แต่ละชนิดมีแนวทางรักษาและพยากรณ์โรคที่แตกต่างกัน

รู้จักร่างกายตัวเองตั้งแต่วันนี้ คือการดูแลสุขภาพระยะยาว

สิ่งหนึ่งที่สำคัญและทำได้ง่าย คือ การคลำเต้านมด้วยตัวเอง อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง หลังหมดประจำเดือนไม่เกิน 7 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่เต้านมไม่คัดตึงและคลำง่ายขึ้น หากพบความผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที แม้จะไม่มีอาการเจ็บ เพราะก้อนมะเร็งมักไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดในระยะแรก

  • ก้อนแข็งที่ไม่เคลื่อนที่
  • บริเวณผิวหนังบุ๋มหรือหนาเหมือนเปลือกส้ม
  • หัวนมบอดหรือมีของเหลวไหลออกมา
  • เต้านมบวม แดง หรือรู้สึกเจ็บผิดปกติ

การตรวจคัดกรองเบื้องต้น เริ่มเมื่อไร และต้องทำอย่างไร

การตรวจคัดกรองมีหลายวิธี เช่น การตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) เป็นการเอกซเรย์เต้านมโดยเฉพาะ สามารถตรวจพบความผิดปกติแม้ในระยะที่คลำไม่พบด้วยตนเอง แนะนำให้เริ่มตรวจทุกปีเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป หรือเร็วขึ้นหากมีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งเต้านม นอกจากแมมโมแกรม ยังสามารถใช้ อัลตราซาวด์เต้านม ร่วมด้วยในผู้ที่มีเนื้อเต้านมหนา เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการประเมิน ในบางกรณีที่มีความเสี่ยงสูง แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจ MRI เต้านม เพื่อหาความผิดปกติที่ซ่อนอยู่

ความกลัวจะลดลง เมื่อเรามีข้อมูลที่ถูกต้อง

ความกลัวจะลดลง เมื่อเรามีข้อมูลที่ถูกต้อง

ในความเป็นจริง ไม่ใช่ทุกก้อนที่ตรวจพบจะเป็นมะเร็ง และไม่ใช่ทุกเคสที่มะเร็งจะลุกลามรวดเร็ว การเข้าใจโรคจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น แพทย์เฉพาะทาง หรือหน่วยงานสาธารณสุข จะช่วยลดความกลัวจากความไม่รู้ลงได้มาก คนจำนวนไม่น้อยที่หลีกเลี่ยงการไปหาหมอเพราะกลัวผลวินิจฉัย หรือกลัวว่าจะต้องผ่าตัดทันที แต่ปัจจุบันทางเลือกการรักษามีความก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดแบบสงวนเต้านม การฉายแสงเฉพาะจุด หรือยาแบบมุ่งเป้าทางชีวภาพ (targeted therapy) ที่ให้ผลดีโดยไม่ทำลายเซลล์ดี

รู้จักชื่อยาและแนวทางการรักษาในกลุ่มมะเร็งเต้านม

การรักษามะเร็งเต้านมในปัจจุบันมีหลายทางเลือก ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้ตามชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค และลักษณะเฉพาะของผู้ป่วย มาทำความรู้จักกับยาที่ใช้บ่อย ๆ แบบเข้าใจง่าย

  • Tamoxifen เป็นยาต้านฮอร์โมนเพศหญิง เหมาะกับผู้ป่วยที่มีมะเร็งชนิดที่ตอบสนองต่อฮอร์โมนเอสโตรเจน (ER-positive) ยานี้จะช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ โดยนิยมใช้ในผู้หญิงก่อนวัยหมดประจำเดือน
  • Letrozole / Anastrozole จัดอยู่ในกลุ่มยาต้านเอสโตรเจนเช่นกัน แต่เหมาะกับผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน ยาจะลดการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการเติบโตของเซลล์มะเร็งบางชนิด
  • Trastuzumab (Herceptin) ยาแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy) ใช้ในผู้ป่วยที่ตรวจพบว่ามีโปรตีน HER2 สูง ซึ่งพบในมะเร็งเต้านมบางกลุ่ม โดยยานี้จะไปยับยั้งการทำงานของ HER2 ช่วยชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
  • Palbociclib / Ribociclib ยารุ่นใหม่ที่ใช้ร่วมกับฮอร์โมนบำบัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมมะเร็ง โดยจะช่วยชะลอการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ทำให้โรคคงที่ได้นานขึ้น
  • เคมีบำบัด (Chemotherapy) เป็นการใช้ยาแรงเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง ใช้ในผู้ป่วยที่มะเร็งลุกลามเร็ว หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบฮอร์โมนหรือ targeted therapy
  • การฉายแสง (Radiation therapy) มักใช้เสริมหลังการผ่าตัด โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการลดความเสี่ยงของการกลับมาเป็นซ้ำที่บริเวณเดิม การฉายแสงจะเน้นเฉพาะจุดที่เคยมีเซลล์มะเร็งอยู่

ปัจจัยเสี่ยงที่ควรระวัง

  • อายุ ยิ่งอายุมากขึ้น ความเสี่ยงยิ่งสูง โดยเฉพาะหลังอายุ 50 ปี
  • พันธุกรรม ผู้ที่มีญาติสายตรง เช่น แม่ พี่สาว หรือลูกสาวเป็นมะเร็งเต้านม มีโอกาสเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะหากมียีน BRCA1 หรือ BRCA2 กลายพันธุ์
  • ฮอร์โมน การใช้ฮอร์โมนทดแทน (HRT) เป็นระยะเวลานาน หรือการมีประจำเดือนตั้งแต่อายุน้อย / หมดช้า ล้วนเพิ่มความเสี่ยง
  • พฤติกรรม การไม่ออกกำลังกาย น้ำหนักเกิน ดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่ ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาเซลล์ผิดปกติ
วิธีลดความเสี่ยงที่เราทำได้เอง

วิธีลดความเสี่ยงที่เราทำได้เอง

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • เลือกรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักผลไม้หลากสี ธัญพืชไม่ขัดสี และอาหารไขมันต่ำ
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ หรือดื่มให้น้อยที่สุด
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการใช้ฮอร์โมนทดแทนหากไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
  • หากมีประวัติครอบครัว ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจยีนกลายพันธุ์และแนวทางติดตามเฉพาะตัว

ดูแลตัวเองก่อนที่ร่างกายจะส่งสัญญาณผิดปกติ

มะเร็งเต้านมเป็นโรคที่มีโอกาสรักษาหายได้สูงหากตรวจพบในระยะแรก การ “รอให้รู้สึกไม่ดี” แล้วค่อยไปหาหมอ อาจช้าเกินไป วิธีคิดที่ควรเปลี่ยนคือ การใส่ใจร่างกายเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องที่ควรรอจนเกิดปัญหาแล้วค่อยดูแล สุขภาพไม่ใช่สิ่งที่เราจะหามาได้ในวันเดียว แต่เป็นผลจากการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง อย่าปล่อยให้ความกลัวมากำหนดการใช้ชีวิต หากเรากล้ารู้ กล้าตรวจ และกล้าเผชิญ ความกลัวก็จะลดลงไปเองค่ะ

ชีวิตของผู้หญิงไม่ได้มีแค่เรื่องงาน ครอบครัว หรือภาระต่าง ๆ ที่ต้องจัดการ แต่สุขภาพของตัวเองคือสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน การรู้จักร่างกายตัวเอง คอยสังเกตและหมั่นดูแล เป็นสิ่งที่ผู้หญิงยุคนี้ควรให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะมะเร็งเต้านม…จะไม่น่ากลัวเลย ถ้าเรา “รู้จักตัวเองให้ดีตั้งแต่วันนี้”

เขียน/เรียบเรียง โดย: ClinicInsights.asia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *