ลบแล้วผิวจะเหมือนเดิมไหม? นี่คือสิ่งที่ทุกคนคาดหวังครับ แต่ในความเป็นจริง การเอาพลังงานความร้อนหรือแรงดันสูงๆ ยิงลงไปในผิว ย่อมเกิด “ปฏิกิริยาตอบสนอง (Side Effects)” เป็นเรื่องปกติ
แต่! เส้นแบ่งบางๆ ระหว่าง “อาการปกติที่เดี๋ยวก็หาย” กับ “ความผิดพลาดที่ทิ้งรอยแผลเป็น” มันอยู่ตรงไหน? วันนี้ผมจะมากางตำราแพทย์ให้ดูครับว่า อาการแบบไหนที่คุณต้องเจอแน่ๆ และอาการแบบไหนที่เป็นสัญญาณอันตราย!

อาการปกติ (ไม่ต้องตกใจ เดี๋ยวก็หาย)
นี่คือปฏิกิริยาทางกายภาพที่เกิดขึ้นได้ 90% ของเคสครับ ถือเป็นสัญญาณว่า “เลเซอร์กำลังทำงาน”
1. ปรากฏการณ์ผิวขาวโพลน (Frosting Effect)
- อาการ ทันทีที่ยิงเลเซอร์ ผิวบริเวณรอยสักจะเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนหรือสีเทาๆ ทันที
- สาเหตุ เกิดจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากการระเบิดของเม็ดสีใต้ผิว
- ระยะเวลา จะหายไปเองภายใน 15-30 นาทีหลังทำ นี่คือเรื่องปกติมากครับ ไม่ใช่ผิวไหม้
2. อาการบวมแดงและจุดเลือดออก (Redness & Pinpoint Bleeding)
- อาการ ผิวรอบๆ บวมตุ่ยๆ เหมือนมดกัด และอาจมีจุดเลือดซึมเล็กๆ (เหมือนรอยเข็ม)
- สาเหตุ แรงกระแทกของเลเซอร์ทำให้เส้นเลือดฝอยเล็กๆ แตก
- ระยะเวลา อาการบวมจะยุบลงใน 1-2 วัน รอยแดงอาจอยู่ต่อ 3-5 วัน
3. ตุ่มน้ำพอง (Blisters) ** พบบ่อยใน Q-Switched **
- อาการ มีถุงน้ำใสๆ หรือถุงเลือดพองขึ้นมาทับรอยสัก (คล้ายแผลพุพองโดนความร้อน)
- สาเหตุ เกิดจากความร้อนสะสมใต้ผิวหนัง (Thermal Damage) มักเจอในเครื่องรุ่นเก่า หรือคนที่มีรอยสักแน่นๆ
- การดูแล “ห้ามเจาะ ห้ามแกะ เด็ดขาด!” เพราะน้ำข้างในคือตัวช่วยสมานแผล ปล่อยให้มันแห้งและฝ่อไปเอง (ใช้เวลา 3-7 วัน) ถ้าเจาะ = เสี่ยงติดเชื้อทันที

ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง (เกิดจากความผิดพลาด)
กลุ่มนี้มักเกิดจาก 3 สาเหตุหลัก แพทย์ใช้พลังงานแรงเกินไป, เครื่องมือไม่ได้มาตรฐาน, หรือการดูแลหลังทำที่ไม่ดีพอ
1. รอยด่างขาว (Hypopigmentation) * ฝันร้ายคนผิวคล้ำ *
- อาการ รอยสักหายไป แต่ได้ “วงสีขาว” มาแทน เหมือนเอาสีขาวมาระบายทับ
- สาเหตุ เลเซอร์ไปทำลาย “เม็ดสีเมลานิน” (เม็ดสีผิวธรรมชาติ) ตายไปด้วย มักเกิดจากการใช้พลังงานสูงเกินไปในคนผิวคล้ำ หรือใช้เครื่องผิดประเภท
- ความเสี่ยง “อาจถาวร” กู้คืนยากมาก ต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปีเพื่อให้สีผิวกลับมา หรือบางทีไม่กลับมาเลย
2. รอยคล้ำหลังเลเซอร์ (Hyperpigmentation – PIH)
- อาการ แทนที่จะจางลง รอยสักกลับดูดำขึ้น หรือมีปื้นสีน้ำตาลล้อมรอบ
- สาเหตุ ผิวอักเสบแล้วไปโดนแดดจัดๆ ทันที หรือร่างกายผลิตเม็ดสีออกมาปกป้องตัวเองมากเกินไป
- การแก้ไข ทายาลดรอยดำและกันแดดอย่างหนัก อาการนี้มักจะหายได้เองแต่ใช้เวลานาน (3-6 เดือน)
3. แผลเป็นนูน (Keloids/Hypertrophic Scars)
- อาการ เนื้อเยื่อแข็งๆ นูนขึ้นมาตามลายรอยสักเดิม
- สาเหตุ เกิดจากการยิงที่รุนแรงจนกินลึกถึงชั้นหนังแท้ส่วนลึก (Deep Dermis) หรือคนไข้แกะเกาสะเก็ดแผล
- ความเสี่ยง แก้ไขยากมาก อาจต้องฉีดสเตียรอยด์รักษาตลอดชีวิต
ป้องกันยังไง? ไม่ให้หน้าพัง
เพื่อให้การลบรอยสักปลอดภัยที่สุด นี่คือ Safety Checklist ครับ
- เลือกเครื่องให้เหมาะกับผิว
- ถ้าคุณผิวคล้ำ (คนไทยส่วนใหญ่) PicoWay (1064 nm) คือคำตอบที่ปลอดภัยที่สุด เพราะมันจับเม็ดสีดำได้ดีโดยไม่ทำร้ายเม็ดสีผิว
- เลี่ยง Q-Switched เครื่องจีนราคาถูก เพราะพลังงานไม่เสถียร เสี่ยงเบิร์นสูง
- Test Spot ก่อนเสมอ
- ถ้าคุณไม่มั่นใจ หรือมีประวัติแพ้ง่าย ขอให้หมอยิงทดสอบจุดเล็กๆ ดูก่อนสัก 1-2 สัปดาห์ ว่าผิวคุณเกิดคีลอยด์หรือรอยด่างขาวไหม
- อย่าใจร้อนเร่งหมอ
- “หมอคะ เอาแรงๆ เลย อยากหายไวๆ” <– ห้ามพูดคำนี้เด็ดขาด!
- การยิงแรงเกินลิมิตผิว ไม่ได้ทำให้หายไว แต่ทำให้เกิดแผลเป็น การค่อยๆ ลบทีละชั้น ปลอดภัยกว่าเสมอ
- วินัยหลังทำ
- เลเซอร์ทำหน้าที่ 50% อีก 50% อยู่ที่การดูแลของคุณครับ ห้ามโดนน้ำใน 24 ชม. แรก และห้ามแกะสะเก็ดคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องทำตาม
ผลข้างเคียงเป็นสิ่งที่ “เลี่ยงได้” หรือ “ผ่อนหนักเป็นเบาได้” ครับ
- อาการบวม แดง ตกสะเก็ด คือเรื่องปกติ ยอมรับและดูแลมัน
- รอยด่างขาว แผลเป็น คือเรื่องผิดปกติ ป้องกันได้ด้วยการเลือกคลินิกที่ใช้เครื่องแท้ และแพทย์ที่มีประสบการณ์ (เช่น Dr. TATTOF, Nititham Clinic, Yanhee)
จำไว้เสมอครับว่า “Slow is Smooth, Smooth is Fast” ช้าแต่ชัวร์ ดีกว่ารีบแล้วได้แผลเป็นมาแทนรอยสักครับ
Post Views: 46