ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
ลบรอยสักกี่ครั้งถึงหาย ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง

ลบรอยสักกี่ครั้งถึงหาย? ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง

“หมอคะ/ครับ… ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเกลี้ยง?” นี่คือคำถามพันล้านที่แพทย์ทุกคนต้องเจอ และคำตอบที่คุณมักได้รับคือ “ประมาณ 5-10 ครั้งครับ”

แต่เดี๋ยวก่อน! ตัวเลขนี้มันคือค่าเฉลี่ยกลางๆ เท่านั้นครับ ในความเป็นจริง ร่างกายและรอยสักของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคน 3 ครั้งจางแทบมองไม่เห็น แต่บางคน 12 ครั้งแล้วยังเหลือเงาจางๆ อยู่เลย

วันนี้ผมจะพาคุณไปกางตำรา (ที่อิงหลักการแพทย์ Kirby-Desai Scale) ดูว่าปัจจัยอะไรบ้างที่เป็นตัวกำหนดว่า “คุณจะต้องเจ็บตัวกี่ครั้ง?”

คำตอบเบื้องต้น โดยเฉลี่ยต้องทำกี่ครั้ง?

คำตอบเบื้องต้น โดยเฉลี่ยต้องทำกี่ครั้ง?

ก่อนไปลงรายละเอียด ขอให้ตัวเลขกลมๆ เพื่อเป็นเกณฑ์ตั้งต้นก่อนครับ (อ้างอิงจากการใช้เครื่องมือมาตรฐาน)

  • ถ้าใช้เครื่อง Q-Switched Laser (รุ่นเก่า) เตรียมใจไว้ที่ 10 – 20 ครั้ง
  • ถ้าใช้เครื่อง PicoWay / Picosecond (รุ่นใหม่) เตรียมใจไว้ที่ 5 – 10 ครั้ง
  • หมายเหตุ แต่ละครั้งควรเว้นระยะห่าง 4-8 สัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายกำจัดเม็ดสีและพักผิว
เจาะลึก 5 ปัจจัย ทำไมยาก-ง่ายไม่เท่ากัน?

เจาะลึก 5 ปัจจัย ทำไมยาก-ง่ายไม่เท่ากัน?

ถ้าคุณอยากรู้ว่าตัวเองจะอยู่ฝั่ง “จบไว” หรือ “ยืดเยื้อ” ลองเช็กตามลิสต์นี้ครับ

1. ตำแหน่งของรอยสัก

เรื่องนี้เกี่ยวกับ “ระบบไหลเวียนเลือด” ล้วนๆ ครับ

  • หายไว ใบหน้า, คอ, หน้าอก, แผ่นหลัง (โซนลำตัว)
    • เหตุผล เลือดไหลเวียนดี มีต่อมน้ำเหลืองเยอะ ร่างกายขนส่งเม็ดสีที่แตกแล้วออกไปทิ้งได้ไว
  • หายช้า ปลายแขน, ขา, ข้อเท้า, นิ้วมือ/นิ้วเท้า
    • เหตุผล เลือดไหลเวียนช้ากว่า ยิ่งไกลหัวใจ ยิ่งหายช้าครับ

2. สีของหมึก

เลเซอร์แต่ละชนิดจับสีได้ดีไม่เท่ากัน

  • ลบง่าย สีดำ (Black)
    • เหตุผล สีดำดูดซับแสงได้ทุกคลื่นความถี่ จึงแตกตัวง่ายที่สุด
  • ลบยากปานกลาง สีแดง, ส้ม, ม่วงเข้ม
  • งานหิน (ลบยากสุด) สีเขียว, สีฟ้า, สีเหลือง
    • เหตุผล สีพวกนี้ต้องใช้เครื่อง PicoSure หรือ PicoWay ที่มีหัวเฉพาะเท่านั้น ถ้าใช้เครื่องธรรมดาอาจต้องทำจำนวนครั้งเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

3. ปริมาณและความลึกของหมึก (Density & Depth)

  • งานสักมือ/สักเล่น (Amateur) มักจะตื้นและใช้หมึกน้อย -> จบไว
  • งานสักเครื่อง (Professional) หมึกจะอัดแน่น ฝังลึก และเม็ดสีหนาแน่น -> ใช้เวลานาน
  • งานแก้/งานทับ (Cover-up) ฝันร้ายของคนลบ เพราะมีหมึกทับกันหลายชั้น เหมือนคุณทาสีบ้านทับกันหนาๆ ต้องค่อยๆ ลอกออกทีละชั้น จำนวนครั้งจึงคูณสอง

4. สีผิวของคุณ (Skin Type)

  • ผิวขาว (Fair Skin) แพทย์สามารถใช้พลังงาน (Fluence) ได้สูงกว่า เพราะผิวไม่ค่อยดูดซับแสง ทำให้เม็ดสีแตกดีกว่า -> จบไวกว่า
  • ผิวคล้ำ (Dark Skin) แพทย์ต้องระวังมาก ต้องใช้พลังงานต่ำๆ ค่อยเป็นค่อยไป เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวไหม้หรือด่างขาว -> จำนวนครั้งเยอะกว่า

5. ระบบภูมิคุ้มกันและพฤติกรรม (Your Lifestyle)

ข้อนี้สำคัญมากแต่คนชอบมองข้าม! เลเซอร์แค่ระเบิดหมึก แต่คนเก็บกวาดคือ “เม็ดเลือดขาว” ของคุณ

  • คนสูบบุหรี่ ผลวิจัยชี้ชัดว่า การลบรอยสักจะได้ผลช้าลงถึง 70% เพราะการสูบบุหรี่ทำให้เส้นเลือดหดตัว การลำเลียงของเสียจึงแย่ลง
  • การดื่มน้ำ/ออกกำลังกาย คนที่ดูแลสุขภาพดี ระบบน้ำเหลืองทำงานดี รอยสักจะจางไวกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ลองประเมินตัวเอง (Scorecard)

ปัจจัยจบไว (น้อยครั้ง)จบช้า (หลายครั้ง)ผิวขาว (Type I-II)คล้ำ (Type IV-VI)ตำแหน่งหน้า, คอ, อกแขน, ขา, เท้าสีหมึกดำล้วนเขียว, ฟ้า, หลากสีปริมาณหมึกสักเล่น, เส้นบางงานแก้, ถมเต็ม, Tribalเครื่องมือPicoWay / PicoSureQ-Switchedแผลเป็นไม่มีรอยแผลเป็นเดิมมีคีลอยด์ทับอยู่

การลบรอยสักคือ “การวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งสปรินต์” ครับ

อย่าไปโฟกัสที่ตัวเลขว่า “ต้อง 5 ครั้งเป๊ะ” แต่ให้โฟกัสที่ “ความจางลงในแต่ละครั้ง” (Progress) จะดีกว่า หากคุณสักทับมาหลายชั้น หรือสักที่ข้อเท้า ต่อให้ใช้เครื่องแพงที่สุดในโลก ก็อาจจะต้องทำถึง 10-15 ครั้งได้เป็นเรื่องปกติ

คำแนะนำ ถ้าอยากจบไวขึ้น นอกจากเลือกเครื่อง PicoWay แล้ว ให้ “งดสูบบุหรี่” และ “ดื่มน้ำเยอะๆ” ระหว่างพักฟื้น ช่วยได้จริงแบบไม่ต้องเสียเงินเพิ่มครับ!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *