ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
แพนิคกับโรคหัวใจต่างกันยังไง ทำไมถึงมักถูกเข้าใจผิด

แพนิคกับโรคหัวใจต่างกันยังไง ทำไมถึงมักถูกเข้าใจผิด

โรคแพนิค (Panic Disorder) เป็นความผิดปกติทางจิตใจกลุ่มโรควิตกกังวล ผู้ป่วยจะมีอาการตื่นตระหนกเฉียบพลันโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน หัวใจเต้นแรง เหงื่อออก ตัวสั่น หายใจถี่ หรือรู้สึกเหมือนกำลังจะตาย อาการเกิดขึ้นเร็วและรุนแรง ทำให้ผู้ป่วยกลัวว่าจะเป็นอันตรายถึงชีวิต

โรคหัวใจ คืออะไร

โรคหัวใจ คืออะไร

โรคหัวใจ เป็นความผิดปกติของโครงสร้างหรือการทำงานของหัวใจ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง หรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาการของโรคหัวใจอาจเกิดขึ้นเรื่อย ๆ หรือรุนแรงเป็นบางครั้ง โดยมีปัจจัยกระตุ้นจากสุขภาพร่างกายจริง ๆ เช่น หลอดเลือดตีบตันหรือหัวใจทำงานหนักเกินไป

อาการที่คล้ายกันจนสับสน

ด้วยความที่อาการทั้งสองโรค มาแบบเฉียบพลันและน่ากลัว ผู้ป่วยจำนวนมากจึงเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจ ทั้งที่แท้จริงแล้วอาจเป็นแพนิค

  • เจ็บหรือแน่นหน้าอก
  • หัวใจเต้นแรงหรือเต้นไม่สม่ำเสมอ
  • เหงื่อออก มือสั่น
  • หายใจถี่หรือรู้สึกหายใจไม่พอ
  • วิงเวียน หน้ามืด
จุดต่างที่ควรสังเกต

จุดต่างที่ควรสังเกต

  1. ระยะเวลาอาการ
    • แพนิค มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วใน 5–10 นาที และค่อย ๆ ทุเลาลงภายในไม่เกิน 30 นาที
    • โรคหัวใจ อาการแน่นหน้าอกอาจคงอยู่นานกว่า และสัมพันธ์กับการออกแรง
  2. ปัจจัยกระตุ้น
    • แพนิค เกิดขึ้นได้แม้อยู่เฉย ๆ หรือในสถานการณ์กดดัน
    • โรคหัวใจ เกิดเมื่อออกกำลังกาย ยกของหนัก หรือหลังทานอาหารมาก
  3. ความรู้สึกที่ตามมา
    • แพนิค หลังอาการหาย ผู้ป่วยมักกังวลว่าจะเกิดขึ้นอีก และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่คิดว่าเป็นตัวกระตุ้น
    • โรคหัวใจ อาการขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย และไม่ได้เกิดจากความวิตกกังวลโดยตรง

ทำไมมักถูกเข้าใจผิด

  1. อาการทางกายชัดเจน

ผู้ป่วยแพนิคมักมีอาการเหมือนโรคหัวใจจริง ๆ เช่น เจ็บหน้าอกหรือใจสั่น

  1. ความกลัวตาย

ความคิดว่าจะเสียชีวิตทันทีทำให้ผู้ป่วยเชื่อว่าเป็นโรคหัวใจมากกว่าความผิดปกติทางจิตใจ

  1. ขาดความเข้าใจ

โรคแพนิคยังถูกมองว่าเป็น “โรคใจสู้ไม่พอ” หรือ “คิดมาก” ทำให้ไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

  1. มีโอกาสเกิดร่วมกัน

บางคนเป็นทั้งโรคหัวใจและโรคแพนิคพร้อมกัน ซึ่งยิ่งทำให้แยกยาก

แนวทางการวินิจฉัย

  • การตรวจร่างกายและหัวใจ เช่น ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) หรือการทดสอบสมรรถภาพหัวใจ
  • การประเมินด้านจิตใจ โดยจิตแพทย์หรือจิตวิทยาคลินิก เพื่อหาสัญญาณโรคแพนิค
  • การวินิจฉัยที่ถูกต้องต้องอาศัยทั้งแพทย์โรคหัวใจและจิตแพทย์ร่วมกัน
วิธีการรักษา

วิธีการรักษา

โรคแพนิค

  • จิตบำบัด โดยเฉพาะ CBT ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจวงจรความคิดและอาการ
  • ยารักษา เช่น SSRIs หรือยาคลายกังวล
  • การฝึกหายใจและผ่อนคลาย ลดการกระตุ้นระบบประสาท

โรคหัวใจ

  • การใช้ยา เช่น ยาลดความดัน ยาลดไขมัน
  • การเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย
  • การผ่าตัดหรือหัตถการ หากมีหลอดเลือดตีบรุนแรง

อาการแน่นหน้าอก ใจสั่น หรือหายใจไม่อิ่ม อาจมาจากได้ทั้ง โรคแพนิคและโรคหัวใจ แม้จะคล้ายกัน แต่ที่มาของโรคต่างกันโดยสิ้นเชิง สิ่งสำคัญคือไม่ควรละเลย หากมีอาการบ่อย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจทั้งด้านร่างกายและจิตใจ การเข้าใจความแตกต่างจะช่วยให้ไม่สับสน และได้รับการรักษาที่เหมาะสม ทันเวลา และปลอดภัย

เขียน/เรียบเรียง โดย: ClinicInsights.asia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *