ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
Genetics and depression: Do family members have depression? Are we at higher risk?

พันธุกรรมกับโรคซึมเศร้า คนในครอบครัวเคยเป็น… เรามีโอกาสเสี่ยงมากขึ้นไหม

โรคซึมเศร้าไม่ใช่เรื่องของอารมณ์เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมอง ฮอร์โมน และปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมรอบตัว หลายคนอาจเคยสงสัยว่า “ถ้าพ่อแม่หรือคนในครอบครัวเคยเป็นโรคซึมเศร้า เราจะมีโอกาสเป็นด้วยไหม” คำตอบอยู่ในงานวิจัยทางจิตเวชจำนวนมากที่ชี้ว่า พันธุกรรมมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคซึมเศร้า แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดว่าใครจะป่วยหรือไม่ การเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพันธุกรรมและสุขภาพจิตจะช่วยให้เรา “รู้เท่าทัน” และ “ดูแลใจตัวเองได้ดีกว่าเดิม”

Depression is not caused by weakness.

โรคซึมเศร้าไม่ได้เกิดจากใจอ่อน 

โรคซึมเศร้ เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งจิตใจ และสังคม สมองของผู้ป่วยซึมเศร้ามักมีความผิดปกติของสารสื่อประสาท เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) โดพามีน(Dopamine) และนอร์อะดรีนาลีน (Norepinephrine) มีผลต่ออารมณ์ ความกระตือรือร้น และพลังใจ ปัจจัยเหล่านี้อาจได้รับอิทธิพลจากพันธุกรรมบางส่วน โดยเฉพาะยีนที่ควบคุมการทำงานของระบบประสาทและการตอบสนองต่อความเครียด

พันธุกรรมกับโรคซึมเศร้าเกี่ยวข้องกันอย่างไร

งานวิจัยพบว่า คนที่มี “คนในครอบครัวสายตรง” เช่น พ่อ แม่ พี่น้อง เป็นโรคซึมเศร้า จะมีโอกาสเป็นโรคนี้สูงกว่าคนทั่วไปประมาณ 2–3 เท่า

นักวิทยาศาสตร์ยังพบยีนบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคซึมเศร้า เช่น

  • ยีนที่ควบคุมสารเซโรโทนิน (5-HTT gene)

ยีนนี้เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของสารเคมีในสมอง หากมียีนชนิดที่ทำให้สารเซโรโทนินลดลง อาจทำให้สมองตอบสนองต่อความเครียดได้ยากขึ้น

  • ยีนที่เกี่ยวกับฮอร์โมนความเครียด (CRHR1 gene) 

มีผลต่อการหลั่งคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายหลั่งเมื่อเผชิญภาวะกดดัน

ยีนเหล่านี้ ไม่ได้หมายความว่า “ต้องเป็นโรคซึมเศร้าแน่นอน” เพราะการที่โรคจะเกิดขึ้นจริง ยังขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมและประสบการณ์ชีวิตที่แต่ละคนเผชิญด้วย

ยีนเหมือนเมล็ดพันธุ์ สิ่งแวดล้อมเหมือนดิน

พันธุกรรมอาจเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่มีแนวโน้มให้เกิดโรค แต่สิ่งแวดล้อมและประสบการณ์ชีวิตคือ “ดิน น้ำ และแสงแดด” ที่จะกำหนดว่าเมล็ดนั้นจะเติบโตหรือไม่

  • คนที่มียีนเสี่ยงแต่เติบโตในครอบครัวที่อบอุ่น ได้รับการสนับสนุนทางใจ มักไม่แสดงอาการของโรค
  • ในทางกลับกัน คนที่ไม่มียีนเสี่ยงแต่ต้องเผชิญความเครียดสะสม การสูญเสีย หรือการกดดันต่อเนื่อง ก็อาจเกิดภาวะซึมเศร้าได้เช่นกัน
Other factors that increase the chances of depression

ปัจจัยอื่นที่ทำให้โรคซึมเศร้ามีโอกาสเกิดมากขึ้น

  1. ความเครียดเรื้อรังจากงานหรือความสัมพันธ์

เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียดเป็นเวลานาน สมองจะผลิตสารเคมีที่ไม่สมดุล

  1. เหตุการณ์สะเทือนใจในชีวิต

เช่น การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก การหย่าร้าง หรือความล้มเหลวในหน้าที่การงาน

  1. การนอนหลับไม่เพียงพอ

สมองต้องการการพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูสารสื่อประสาทที่ควบคุมอารมณ์

  1. ปัญหาสุขภาพร่างกายเรื้อรัง

โรคบางชนิด เช่น เบาหวาน หรือปัญหาไทรอยด์ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า

  1. การใช้สารเสพติดหรือแอลกอฮอล์

สารเหล่านี้รบกวนสมดุลของสารเคมีในสมอง ทำให้อารมณ์แปรปรวน

หากในครอบครัวเคยมีผู้ป่วยซึมเศร้า เราควรทำอย่างไร

  1. ฝ้าสังเกตอารมณ์และพฤติกรรมของตัวเอง

หากเริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่มีแรง หรือหมดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบนานเกินสองสัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์

  1. ให้ความสำคัญกับการนอนและการพักผ่อน

การนอนหลับเพียงพอช่วยฟื้นฟูสมดุลของสารเคมีในสมอง

  1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

เพราะการขยับร่างกายช่วยกระตุ้นสารเอ็นดอร์ฟินและเซโรโทนิน ซึ่งมีผลต่ออารมณ์โดยตรง

  1. สร้างสายสัมพันธ์กับคนรอบตัว

การมีเพื่อนหรือครอบครัวที่รับฟังและไม่ตัดสิน ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าได้มาก

  1. ฝึกสติและดูแลใจอย่างต่อเนื่อง

การทำสมาธิ การเขียนบันทึก หรือการอยู่กับปัจจุบันช่วยให้สมองลดการตอบสนองต่อความเครียด

  1. อย่าลังเลที่จะเข้ารับการปรึกษาทางจิตใจ

หากรู้สึกอารมณ์แปรปรวน หรือต้องเผชิญความเครียดต่อเนื่อง การพูดคุยกับนักจิตบำบัดหรือจิตแพทย์ช่วยป้องกันปัญหาก่อนจะลุกลาม

Can people with genetic risk factors be protected?

คนที่มีพันธุกรรมเสี่ยง สามารถป้องกันได้ไหม

ได้ แม้เราจะไม่สามารถเปลี่ยนยีนได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมเพื่อ “ลดโอกาสกระตุ้นยีนเสี่ยง” ได้ เช่น

  • รักษาความสมดุลของชีวิต ไม่ทำงานหนักจนเกินไป
  • จัดสภาพแวดล้อมให้ผ่อนคลาย เช่น เปิดเพลงเบา ๆ หรืออยู่ใกล้ธรรมชาติ
  • ไม่เก็บปัญหาไว้คนเดียว เพราะการระบายออกช่วยให้สมองไม่สะสมความเครียด

พันธุกรรมอาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคซึมเศร้า แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเผชิญมันแน่นอน สิ่งสำคัญคือการรู้เท่าทัน สังเกตสัญญาณของร่างกายและอารมณ์ และไม่ลังเลที่จะขอความช่วยเหลือเมื่อใจเริ่มเหนื่อย เพราะสุขภาพจิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับยีนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “การดูแลใจในทุกวัน” การเข้าใจตัวเองและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สนับสนุน เป็นการป้องกันที่แข็งแรงที่สุดจากโรคซึมเศร้า

เขียน/เรียบเรียง โดย: ClinicInsights.asia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *