ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
Insomnia or not getting enough sleep? What's the difference? And what is our mind facing?

นอนไม่หลับหรือนอนไม่พอ ต่างกันยังไง แล้วอะไรที่ใจเรากำลังเผชิญอยู่

ตื่นเช้ามาทั้งที่นอนมาหลายชั่วโมงแต่ก็ยังรู้สึกเพลีย หรือบางครั้งจะรู้สึกง่วงมากแต่กลับนอนไม่หลับเลย ความรู้สึกเหล่านี้อาจทำให้เราสับสนว่า เรากำลังนอนไม่พอ หรือนอนไม่หลับกันแน่ แล้วอาการที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนถึงอะไรในใจเราบ้าง บทความนี้ชวนมาแยกให้ชัดว่าระหว่าง “นอนไม่หลับ” กับ “นอนไม่พอ” แตกต่างกันอย่างไร และแต่ละแบบมีผลต่อสุขภาพใจอย่างไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้เข้าใจตัวเองมากขึ้น และรู้ว่าควรดูแลจุดไหนก่อนค่ะ

What is insomnia?

นอนไม่หลับ (Insomnia) คืออะไร

อาการเหล่านี้เกิดจากความเครียด ความวิตกกังวล การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือบางครั้งไม่มีสาเหตุชัดเจนเลยก็ได้ หากเกิดขึ้นบ่อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และนานเกิน 3 เดือน อาจเข้าข่าย “โรคนอนไม่หลับเรื้อรัง” ซึ่งควรได้รับการดูแลจากแพทย์ นอนไม่หลับเป็นภาวะที่แม้มีเวลานอน แต่ไม่สามารถนอนได้อย่างมีคุณภาพ เช่น

  • เข้านอนแล้วใช้เวลานานกว่าจะหลับ
  • หลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดคืน
  • ตื่นเช้ามากเกินไป และหลับต่อไม่ได้
  • นอนแล้วไม่รู้สึกพักผ่อน ตื่นมาแล้วยังเหนื่อย

นอนไม่พอ (Sleep Deprivation) คืออะไร

นอนไม่พอหมายถึง “ปริมาณการนอนน้อยเกินไป” เช่น มีงานดึก ติดซีรีส์ หรือต้องตื่นเช้าต่อเนื่องจนเวลานอนไม่ถึง 6-7 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายและสมองต้องการเพื่อซ่อมแซมตัวเอง คนที่นอนไม่พอจะหลับง่าย หลับลึก และไม่มีปัญหาในการหลับ แต่ปริมาณการนอนที่ไม่เพียงพอจะทำให้ร่างกายไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลให้รู้สึกง่วง หงุดหงิด สมองช้า ความจำลดลง และอารมณ์เปราะบางขึ้นเรื่อย ๆ

สังเกตอย่างไรว่าเราเข้าข่ายแบบไหน

อาการ/พฤติกรรมนอนไม่หลับนอนไม่พอ
เข้านอนแล้วหลับยากใช่ไม่
นอนไม่ถึง 6 ชั่วโมงอาจใช่ใช่
รู้สึกง่วงระหว่างวันใช่ใช่
ตื่นมาแล้วไม่สดชื่นใช่ใช่
มีเวลาก็ยังนอนไม่ได้ใช่ไม่
รู้สึกเครียด หดหู่ หรือกังวลมักพบอาจพบ
When sleep becomes more about the mind than the body

เมื่อการนอนกลายเป็นเรื่องของใจมากกว่าร่างกาย

การนอนไม่หลับเกี่ยวข้องกับ “สุขภาพใจ” มากกว่าปัญหาทางร่างกายค่ะ เพราะในหลายกรณีที่สมองไม่สามารถเข้าสู่โหมดพักได้ อาจเป็นผลมาจากความคิดที่วนซ้ำ ความรู้สึกเครียด หรือความวิตกที่สะสมจนเกินจะหลับได้ตามธรรมชาติ ในขณะที่การนอนไม่พอเป็นเรื่องของ “พฤติกรรม” มากกว่า เราอาจเลือกทำสิ่งอื่นแทนการนอน เช่น ทำงานต่อ ดูซีรีส์ เล่นมือถือ หรือออกไปข้างนอก จนร่างกายไม่ได้นอนเพียงพออย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งถ้าทำบ่อย ๆ ก็อาจกระทบสุขภาพใจได้เช่นกัน

ผลที่ตามมาต่อสุขภาพจิต

  • ทั้งนอนไม่หลับและนอนไม่พอ 

สามารถนำไปสู่ภาวะอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ไม่มีแรงจูงใจ และรู้สึกเบื่อชีวิตได้

โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง

  • อาการซึมเศร้าบางราย 

เริ่มจากการนอนไม่หลับติดต่อกัน โดยไม่ได้สังเกตมาก่อน

  • สูญเสียสมาธิ 

ในการทำงานหรือตัดสินใจ และอาจนำไปสู่ความผิดพลาด

How to take care of your sleep health so you don't have a broken heart

ดูแลสุขภาพการนอนอย่างไรให้ใจไม่พัง

  1. กำหนดเวลานอน-ตื่นให้สม่ำเสมอ แม้วันหยุด เพื่อสร้างวงจรการนอนที่ดี
  2. ลดแสงหน้าจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์ ก่อนนอนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
  3. สร้างสภาพแวดล้อมในห้องนอน ให้เงียบ มืด และเย็นสบาย
  4. หลีกเลี่ยงอาหารหนัก คาเฟอีน หรือแอลกอฮอล์ ก่อนนอน
  5. จดบันทึกความเครียดหรือสิ่งที่ต้องทำพรุ่งนี้ ก่อนเข้านอน เพื่อเคลียร์สมอง
  6. หากมีความกังวลเรื้อรังหรือหลับยาก ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพจิต

ในวันที่เรารู้สึกเหนื่อยล้าแต่กลับนอนไม่หลับ หรือยุ่งจนไม่มีเวลานอน ลองถามตัวเองดูว่า “ใจเราต้องการอะไร” เพราะการนอนที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องของการพักกาย แต่คือช่วงเวลาที่ใจได้ฟื้นตัวและกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง ดูแลการนอนให้ดี แล้วคุณจะพบว่าทั้งกายและใจจะค่อย ๆ แข็งแรงขึ้นไปพร้อมกันค่ะ

เขียน/เรียบเรียง โดย: ClinicInsights.asia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *