ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
เข้าใจภาวะแพนิค ใจสั่น หายใจไม่ทัน อาจไม่ใช่แค่เหนื่อยล้า

เข้าใจภาวะแพนิค ใจสั่น หายใจไม่ทัน อาจไม่ใช่แค่เหนื่อยล้า

อาการแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน เช่น ใจสั่น หายใจไม่ทัน เหงื่อออก ตัวเย็น หรือรู้สึกเหมือนจะหมดสติ ทั้งที่ไม่ได้ออกแรงหรือเจอสถานการณ์อันตราย อาการเหล่านี้ทำให้ผู้ที่เผชิญรู้สึกตกใจ คิดไปว่าเป็นโรคร้ายแรงอย่างโรคหัวใจ หรือกำลังจะเสียชีวิต แต่ความเป็นจริง อาจเป็นภาวะหนึ่งที่เรียกว่าแพนิค” หรือ Panic Disorder ซึ่งยังมีหลายคนไม่รู้จักหรือเข้าใจผิด

แพนิคคืออะไร ทำไมร่างกายถึงตอบสนองแบบนั้น

แพนิคคืออะไร ทำไมร่างกายถึงตอบสนองแบบนั้น

แพนิค คือ อาการกำเริบของความตื่นตระหนกอย่างรุนแรง โดยไม่มีภัยจริงเข้ามาคุกคาม เป็นการที่สมองส่งสัญญาณเตือนภัยผิดพลาดไปยังร่างกาย ทำให้เกิดอาการทางกายทันทีเหมือนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ทั้งที่ความจริงไม่ได้มีอันตรายอะไรอยู่ตรงหน้าเลย

อาการของภาวะแพนิคที่ควรรู้

  • ใจเต้นแรง หรือถี่กว่าปกติ
  • หายใจเร็ว หรือรู้สึกหายใจไม่อิ่ม
  • เจ็บแน่นหน้าอก คล้ายจะหัวใจวาย
  • มือเท้าเย็น เหงื่อออกมากกว่าปกติ
  • วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือเหมือนจะเป็นลม
  • รู้สึกแยกตัวออกจากความเป็นจริง หรือควบคุมตัวเองไม่ได้
  • กลัวว่าจะเสียสติ หรือกลัวว่าจะตายแบบไม่มีเหตุผล
  • รู้สึกอ่อนแรง หรือเหนื่อยล้าอย่างมากหลังอาการสงบลง

ความต่างระหว่างภาวะแพนิค กับอาการเหนื่อยล้าทั่วไป

อาการเหล่านี้ เป็นแค่ความเหนื่อยสะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือร่างกายอ่อนแอ แต่หากเป็นแค่ความเหนื่อยธรรมดา เมื่อได้พักผ่อนก็จะดีขึ้น และไม่มีอาการหวาดกลัวรุนแรง หรือความรู้สึกหลุดออกจากความเป็นจริงร่วมด้วย แต่แพนิค เป็นความผิดปกติที่ร่างกาย “เข้าใจผิด” ว่ากำลังเผชิญอันตราย และตอบสนองโดยอัตโนมัติอย่างไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งแตกต่างจากความเครียด หรือเหนื่อยล้าทั่วไปที่เกิดขึ้นช้า ๆ และบรรเทาได้ด้วยการพัก

อะไรคือสาเหตุของโรคแพนิค

อะไรคือสาเหตุของโรคแพนิค

  • พันธุกรรม หากมีคนในครอบครัวเคยมีภาวะแพนิคหรือโรคทางจิตเวช ความเสี่ยงก็จะเพิ่มขึ้น
  • ความเครียดเรื้อรัง เช่น ความกดดันในที่ทำงาน ความสัมพันธ์ หรือประสบการณ์สะเทือนใจในอดีต
  • ความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง เช่น เซโรโทนิน หรือกาบา ซึ่งควบคุมอารมณ์และความสงบ
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหรือระบบประสาทบางอย่าง
  • การใช้สารกระตุ้น เช่น คาเฟอีน นิโคติน หรือแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
  • ปัจจัยทางจิตใจ เช่น การเรียนรู้วิธีตอบสนองต่อความกลัวผิด ๆ ตั้งแต่วัยเด็ก

วิธีดูแลตัวเองเมื่อเกิดอาการแพนิค

หยุดสิ่งที่กำลังทำ แล้วตั้งสติ

บอกตัวเองว่า “นี่คืออาการแพนิค” ไม่ใช่หัวใจวาย ไม่ใช่โรคร้ายแรง การยอมรับและไม่ตื่นตระหนกกับอาการ จะช่วยให้ระบบประสาทเริ่มสงบลงได้เร็วขึ้น

หายใจให้ช้าและลึก

ใช้วิธีหายใจ 4-7-8 คือ หายใจเข้าทางจมูก 4 วินาที กลั้นลมหายใจไว้ 7 วินาที แล้วหายใจออกทางปากช้า ๆ 8 วินาที ช่วยให้ร่างกายกลับมาสู่สมดุลได้เร็วขึ้น

สังเกตสิ่งรอบตัว

ลองมองไปรอบ ๆ หา 5 สิ่งที่มองเห็น 4 สิ่งที่สัมผัสได้ 3 เสียงที่ได้ยิน 2 กลิ่นที่ได้กลิ่น และ 1 รสชาติ วิธีนี้จะดึงสติกลับมาสู่ปัจจุบัน ลดความรู้สึกหลุดลอยหรือแตกตื่น

ขยับร่างกายเบา ๆ

การเดินเบา ๆ หรือยืดกล้ามเนื้อช่วยให้สมองหลั่งสารผ่อนคลาย และช่วยให้เรารู้สึกควบคุมตัวเองได้มากขึ้น

อย่าพยายามหนีอาการ

อย่าพยายามบังคับ ให้อาการหายทันที เพราะยิ่งฝืน อาการจะยิ่งรุนแรงขึ้น ให้เฝ้าดูอาการอย่างใจเย็น และให้เวลากับตัวเอง

แนวทางป้องกันไม่ให้แพนิคกลับมาอีก

แนวทางป้องกันไม่ให้แพนิคกลับมาอีก

  • พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับให้มีคุณภาพ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อปรับสมดุลสารเคมีในสมอง
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรือแอลกอฮอล์มากเกินไป
  • ฝึกสมาธิ หรือใช้เทคนิคผ่อนคลาย เช่น โยคะ หรือการเดินจงกรม
  • สื่อสารกับคนรอบข้าง ไม่เก็บความรู้สึกไว้คนเดียว
  • บันทึกอารมณ์และอาการแต่ละวัน เพื่อหาความเชื่อมโยงและปัจจัยกระตุ้น

ควรพบแพทย์เมื่อใด

  • มีอาการแพนิคหลายครั้งต่อเดือน
  • อาการรุนแรงจนส่งผลต่อชีวิตประจำวัน
  • หลีกเลี่ยงสถานที่ หรือกิจกรรมที่เคยเกิดอาการ
  • มีอาการร่วม เช่น ซึมเศร้า วิตกกังวลเรื้อรัง หรือความคิดลบ
  • เคยเข้ารับการตรวจโรคหัวใจ หรืออวัยวะอื่นแล้วไม่พบสาเหตุผิดปกติ

การเข้าพบจิตแพทย์ เพื่อวินิจฉัยอย่างถูกต้องจะช่วยให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม เช่น การทำจิตบำบัด (CBT) หรือการใช้ยาในบางราย เพื่อควบคุมและลดความรุนแรงของอาการ เมื่อเราเข้าใจภาวะแพนิคมากขึ้น จะเห็นได้ว่ามันไม่ใช่ความอ่อนแอ หรือความคิดมาก แต่คือกลไกหนึ่งของร่างกาย ที่ตอบสนองต่อความรู้สึกไม่ปลอดภัยภายในใจเราเอง การรับรู้ เรียนรู้ และดูแลใจตัวเองอย่างอ่อนโยน 

เขียน/เรียบเรียง โดย: ClinicInsights.asia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *