ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
ลูกพัฒนาการช้าแบบไหน ควรพบคุณหมอด้านพัฒนาการเด็ก

ลูกพัฒนาการช้าแบบไหน ควรพบคุณหมอด้านพัฒนาการเด็ก

เมื่อลูกเติบโตขึ้นในแต่ละเดือน พ่อแม่ย่อมคาดหวังให้เขามีพัฒนาการ ที่สอดคล้องกับวัย ทั้งในด้านการพูด การเคลื่อนไหว การเข้าสังคม หรือแม้แต่การแสดงออกทางอารมณ์ แต่ถ้าหากพ่อแม่เริ่มสังเกตว่าลูกทำบางอย่างได้ช้ากว่าเด็กคนอื่น ๆ ในวัยเดียวกัน หรือไม่แสดงพฤติกรรมที่ควรเกิดตามช่วงอายุ ก็อาจเป็นสัญญาณหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม

พัฒนาการที่ควรสังเกตในช่วงวัยต่าง ๆ

พัฒนาการที่ควรสังเกตในช่วงวัยต่าง ๆ 

เด็กแต่ละคนมีความเร็วในการเติบโตต่างกันเล็กน้อย แต่ยังคงมีกรอบเวลาพื้นฐานที่ใช้พิจารณาได้ โดยสามารถแบ่งตามช่วงวัยได้ดังนี้

วัย 2–3 เดือน

  • ไม่สบตา ไม่มองหน้าคนเลี้ยง
  • ไม่ยิ้มตอบเมื่อมีคนเล่นด้วย
  • กล้ามเนื้อดูอ่อนแรง หัวไม่สามารถตั้งตรงได้เลย

วัย 6 เดือน

  • ไม่พลิกตัวจากนอนหงายเป็นคว่ำหรือกลับกัน
  • ไม่ส่งเสียงหรือตอบสนองเมื่อได้ยินเสียง
  • ไม่ยื่นมือไปหยิบของเล่น

วัย 9–12 เดือน

  • ไม่นั่งได้เองหรือยังต้องพิงตลอดเวลา
  • ไม่ตอบสนองเมื่อตามชื่อ
  • ไม่เริ่มพูดคำที่มีความหมายง่าย ๆ เช่น “แม่” “ไป”

วัย 1–2 ปี

  • ยังไม่ยืนหรือลุกเดินได้เอง
  • ไม่สามารถทำตามคำสั่งง่าย ๆ เช่น “หยิบของมาให้หน่อย”
  • ไม่เริ่มพูดเป็นคำ ๆ หรือพูดแล้วไม่มีใครเข้าใจเลย

วัย 3 ปีขึ้นไป

  • ยังพูดเป็นประโยคไม่ได้หรือใช้ภาษาสื่อสารน้อยมาก
  • ไม่สามารถเล่นกับเด็กคนอื่นหรือแสดงออกด้านสังคม
  • มีพฤติกรรมซ้ำ ๆ เช่น เดินวน พูดซ้ำ
สัญญาณที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

สัญญาณที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม 

เด็กบางคนจะพัฒนาเร็ว หรือช้ากว่ากันเล็กน้อย แต่หากพบพฤติกรรมต่อไปนี้ ควรพาไปพบคุณหมอด้านพัฒนาการเด็ก

  • ลูกดูเหมือนไม่สนใจสิ่งรอบตัว ไม่สบตา ไม่ตอบสนองเมื่อมีคนเรียก
  • เล่นของเล่นแบบเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน
  • มีปัญหาเรื่องการกิน การนอน ที่ไม่ดีขึ้นแม้ดูแลอย่างเหมาะสม
  • มีปัญหาเรื่องอารมณ์ หงุดหงิดง่าย โกรธรุนแรงโดยไม่มีเหตุผล

เหตุผลที่ควรรีบประเมินโดยทีมแพทย์ 

การประเมินพัฒนาการเด็กตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้สามารถดูแลและวางแผนการกระตุ้นพัฒนาการได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะส่งผลดีต่ออนาคตของเด็กอย่างมาก การได้รับการดูแลที่ตรงจุดตั้งแต่ยังเล็ก จะช่วยให้พัฒนาการของเด็กดีขึ้นได้

สิ่งที่พ่อแม่สามารถเริ่มทำได้ทันที

สิ่งที่พ่อแม่สามารถเริ่มทำได้ทันที

  • พูดคุยกับลูกบ่อย ๆ แม้เขาจะยังพูดไม่ได้
  • เล่นกับลูกอย่างมีปฏิสัมพันธ์ ไม่ให้ลูกอยู่กับหน้าจอนานเกินไป
  • สังเกตและจดบันทึกพฤติกรรมหรือความเปลี่ยนแปลงในแต่ละเดือน

พ่อแม่ คือคนที่ใกล้ชิดกับลูกที่สุด และเป็นผู้ที่สามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุด การไม่มองข้ามสัญญาณเล็ก ๆ เหล่านี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลลูกให้เติบโตอย่างมีศักยภาพเต็มที่ในแบบของเขาเอง เมื่อลูกแสดงสัญญาณว่าพัฒนาการอาจล่าช้า อย่ารอให้เวลาผ่านไปโดยไม่ทำอะไร การได้รับคำแนะนำจากคุณหมอที่เข้าใจเรื่องพัฒนาการเด็กจะช่วยให้พ่อแม่มั่นใจ และวางแนวทางดูแลลูกได้อย่างเหมาะสม

เขียน/เรียบเรียง โดย: ClinicInsights.asia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *