ClinicInsights.asia

Logo Footer Clinic Insights
สิ่งแรกที่ควรทำ เมื่อเจอก้อนเนื้อที่เต้านม

สิ่งแรกที่ควรทำ เมื่อเจอก้อนเนื้อที่เต้านม

การพบก้อนเนื้อที่เต้านมไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ควรปล่อยผ่านด้วยความคิดว่า “คงไม่มีอะไร” เพราะแม้บางก้อนจะไม่ใช่มะเร็ง แต่ก็เป็นสัญญาณสำคัญที่ควรตรวจสอบให้แน่ใจ โดยเฉพาะหากก้อนนั้นอยู่ได้นาน มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือมีอาการร่วม เช่น เจ็บ คัดแน่น หรือมีของเหลวไหลจากหัวนม

เริ่มต้นจากการสังเกตตัวเอง

เริ่มต้นจากการสังเกตตัวเอง

สิ่งแรกที่ควรทำคือ หยุดกังวลแล้วรีบสังเกตอย่างตัวเอง และหากจดบันทึกอาการเหล่านี้อย่างละเอียด จะช่วยให้คุณหมอประเมินได้ง่ายขึ้น

  • ก้อนอยู่บริเวณไหน เคลื่อนไหวได้หรือไม่
  • มีลักษณะแข็งหรือนิ่ม
  • เจ็บหรือไม่เจ็บ
  • มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ผิวหนังบุ๋มหรือแดง หัวนมบอด หรือมีของเหลวผิดปกติไหลออกมา

ไปพบแพทย์ ไม่ต้องรอให้มีอาการหนัก

หากพบก้อนที่เต้านม แนะนำให้รีบพบแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะในผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม แพทย์จะทำการตรวจร่างกายเบื้องต้น และอาจส่งตรวจเพิ่มเติม 

  • แมมโมแกรม (Mammogram) เอกซเรย์เต้านม เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ใช้ตรวจหาความผิดปกติแม้ยังไม่คลำเจอ
  • อัลตราซาวด์เต้านม เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อเต้านมหนา เช่น ผู้หญิงอายุน้อย ช่วยแยกความแตกต่างระหว่างก้อนที่เป็นถุงน้ำหรือเนื้องอก
  • MRI เต้านม ใช้ในกรณีที่ผลตรวจไม่ชัดเจน หรือในผู้ที่มีความเสี่ยงสูงมาก
  • การเจาะชิ้นเนื้อ (Biopsy) หากสงสัยว่าเป็นมะเร็ง แพทย์จะเจาะชิ้นเนื้อไปตรวจในห้องปฏิบัติการ
หากพบว่าเป็นมะเร็ง ต้องทำอย่างไร

หากพบว่าเป็นมะเร็ง ต้องทำอย่างไร

ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านม ไม่ต้องตกใจ เพราะปัจจุบันมีแนวทางการรักษาหลายแบบที่ปลอดภัยและได้ผลดี โดยแพทย์จะพิจารณาจากชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยเพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะสม

ยาที่มักใช้ในการรักษามะเร็งเต้านม

  • Tamoxifen ยาต้านฮอร์โมน ใช้สำหรับผู้ที่มีมะเร็งชนิดที่ตอบสนองต่อฮอร์โมน ช่วยลดความเสี่ยงการกลับมาเป็นซ้ำ โดยเฉพาะในผู้หญิงก่อนหมดประจำเดือน
  • Letrozole / Anastrozole กลุ่มยาที่ลดการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจน เหมาะกับผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน
  • Trastuzumab (Herceptin) ยาแบบมุ่งเป้า ใช้ในผู้ป่วยที่มีโปรตีน HER2 สูง ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
  • Palbociclib / Ribociclib ใช้ร่วมกับฮอร์โมนบำบัด เพื่อชะลอการลุกลามของโรค
  • เคมีบำบัด (Chemotherapy) ใช้ในกรณีที่โรคลุกลามหรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบฮอร์โมน
  • ฉายแสง (Radiation Therapy) มักใช้เสริมหลังผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงของการกลับมาเป็นซ้ำ

ก้อนเล็ก ๆ อาจเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าปล่อยไว้นาน การตรวจพบเร็วเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาและเพิ่มโอกาสหาย การใส่ใจสุขภาพตัวเองตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่เรื่องยาก แค่ลองคลำเต้านมเดือนละครั้ง และหากพบความผิดปกติ ก็อย่ารอค่ะ ไปหาคุณหมอให้แน่ใจดีกว่า เพราะการรู้เร็ว รักษาได้เร็ว และให้โอกาสตัวเองกลับมาใช้ชีวิตอย่างมั่นใจอีกครั้ง

เขียน/เรียบเรียง โดย: ClinicInsights.asia

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *